อ่าน Entry ทั้งหมด จิ้มค่ะ

ตอนที่ 1 : อิหร่าน : ตกอยู่ในความฝัน

ตอนที่ 2 : อิหร่าน : มหาสมบัติ

.

.

13 เมษายน 2551 (ต่อ)

สี่โมงเย็นแล้ว แต่ฟ้ายังสว่างอยู่ ฉันตาเปิดโพลงเมื่อย่างก้าวเข้าสู่แหล่งช็อปของเมืองเตหะราน ความอยากรู้อยากเห็นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะคราวนี้ฉันจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองนี้อย่างใกล้ชิดขึ้น ร้านรวงมากมายเรียงรายไปตามถนน แถมผู้คนทั้งหญิงและชายออกมาเดินกันขวักไขว่ ทุกคนมองกระเหรี่ยงอย่างเรา ๆ ด้วยความสนใจมาก ฉันเดาว่า นอกจากหน้าตาที่ผิดแผกแล้ว สีสันของพวกเรายังไม่เข้าใครออกใครด้วย พี่ ๆ รวมทริปหลายคนใส่เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด เหลือง แดง ขาว เขียว ตัดกับสีผ้าคลุมผมหลากสีเช่นกัน ซึ่งคงเป็นเรื่องแปลกสำหรับคนที่นั่น ของฉันก็ไม่น้อยหน้า ผ้าคลุมสีชมพูวิ้ง หุหุ แต่ไม่สน ฉันสนร้านข้างหน้ามากกว่า . . .

ร้านแรกที่ฉันพุ่งตัวเข้าไป มันคืออาหารยอดฮิต สัญลักษณ์เมืองแขก . . . "ถั่ว" นั่นเอง

เพชตาชิโอ สารพัดแบบ ทั้งแบบจืด แบบเกลือ แบบใส่เครื่องเทศ แบบแกะเปลือก . . .

พีแคน ลูกฟิกแห้ง อัลมอลล์ . . . โอ๊ย ทำน้ำลายฉันเกือบหกไปหลายหน บางอย่างฉันก็ไม่รู้หรอก ว่ามันเรียกว่าอะไร อาศัยชิมลูกเดียว อร่อยก็ซื้อโลด . . . แค่ออกมาจากร้านถั่ว น้ำหนักกระเป๋าขากลับของฉันคงเพิ่มเกือบ 10 โล แหม ก็ญาติเอย น้องเอย เพื่อนเอย ไหนจะกินเองเอย แค่นี้ยังน้อยไปด้วยนะเนี่ย . . .

ฝากเจ้าถั่วไว้ที่ร้านก่อน ขากลับค่อยมาเอา จากนั้นก็เดินต่อ สะดุดตาร้านเสื้อผ้าที่มีชุดสาวอาหรับขาย ทำให้นึกถึงการ์ตูนอะลาดิน ฉันอยากเห็นสาวที่นี่เค้าใส่เหมือนกันนะ แต่จะให้เค้าใส่ให้ดูก็ใช่ที่ คนที่นี่เค้าปิดมิดชิด คนที่มีโอกาสเห็น คงจะเป็นแค่พ่อ กับสามีแค่นั้นแหละ . . .

จากนั้นฉันก็สะดุดกึกกับวินโดว์ดิสเพสย์อันถัดไป . . . โอ้วว . . . มันมีอย่างงี้ขายด้วย . . . .


ไม่น่าเชื่อว่าชุดชั้นในลายวาบหวาม จะมีขายกันอย่างโจ่งครึ่ม ฉันนึกว่าที่นี่จะอนุรักษ์นิยมมากกว่านี้เสียอีก . . . ดูๆ แล้ว สาวๆ ที่นี่ก็คงเหมือนสาวๆ ทั่วไปบนโลกนี้ รักสวยรักงาม เพียงแต่กรอบประเพณี กำหนดรูปลักษณ์ภายนอกให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเท่านั้น . . . ข้างในหัวใจก็ยังเป็นสีชมพูนะจ๊ะ

พอหันมาดูร้านเสื้อผ้าของหนุ่ม ๆ ไม่น่าสนใจเท่าไหร่หรอก แต่ที่ถ่ายมาให้ดูเนี่ย เพื่อจะบอกว่าที่นี่เค้าฮิตหุ่นนายแบบแบบมีเคราแบบนี้ ไอ้หน้าจืด ๆ แบบบ้านเราคงต้องม้วนเสื่อ . . .

ผู้คนขวักไขว่ (แอบถ่ายนะเนี่ย) ก็ยังมีสาวอิหร่านที่ใส่ผ้าคลุมสีม่วงแป็ด แอบเห็นผมข้างหน้า ชุดสีดำรัดรูป เห็นได้ทั่วไปที่นี่ . . .

ขณะเดียวกันผู้คนที่เคร่งกันสุด ๆ คลุมแชโดว์ (Shadow) หรือชุดเงา ก็ยังมีให้เห็นเยอะเหมือนกัน จากที่คุยกับเจ้าหน้าที่สายการบิน เค้าบอกว่าชุดแบบนี้ใส่ยากสุด ๆ และต้องใช้ความพยายามสูง ข้างในก็เป็นชุดปิดแขนขาทั่ว ๆ ไป แล้วคลุมทับด้วยแชโดว์อีกที . . . ฉันก็เห็นความลำบากจริง ๆ นั่นแหละ เวลาลมพัดแรง ๆ ที ต้องคอยจับผ้ากันวุ่นวายสุด ๆ ไอ้ฉันมันคนต่างวัฒนธรรม เห็นอย่างนี้นับถือเลยจริง ๆ

เลิกดูคน มาดูของต่อดีกว่า ไอ้ลูกนี้มันเปรี้ยวสะใจสุด ๆ จริง ๆ มันคือลูกอัลมอลล์สด แบบยังไม่สุก กินไปทั้งอย่างนี้ นึกถึงมะม่วงดิบเข้าไว้นะจ๊ะ . . . 

ส่วนอันนี้เป็นเครื่องมือสำหรับสูบชิชา ของบรรดาแขกทั้งหลาย อันนี้เป็นไซด์เล็ก ฉันก็ไม่เคยลองหรอกนะ แต่ดูท่าหนุ่ม ๆ ที่จิบน้ำชายามบ่ายไป สูบชิชาไป จะมีความสุขน่าดู

ถัดจากถั่ว คงจะเป็นพรมหล่ะมั๊ง ที่เป็นของยอดฮิตของที่นี่ สามารถซื้อได้ตั้งแต่พรมเช็ดเท้ายันพรมปูพื้นผืนใหญ่  . . 


ร้านลูกกวาด ที่กวาดความสนใจของบรรดาลูกทัวร์ได้เป็นอย่างดี ใครนึกอะไรไม่ออก ก็ซื้อนี่เป็นของฝาก เล็ก ง่าย ที่สำคัญคือ ถูก

เมืองนี้เค้าก็ฮิตน้ำผลไม้ปั่นเหมือนกันนะ มีทั้งแบบเครื่องแยกกาก และ เครื่องปั่น ที่วางขายอยู่นั่นสีส้ม ๆ เป็นน้ำแครอท ส่วนขาว ๆ เป็นน้ำกล้วย . . . แก้วละไม่กี่บาทหรอก ฉันลองน้ำแครอทไปแก้วนึง อืม . . . เหมือนที่ขายตามบ้านเรานั่นแหละ แต่ถูกกว่าเท่านั้นเอง . . .


เดินได้แค่ชั่วโมงนิด ๆ ไกด์ก็เรียกรวมพลแล้ว ฉันแวะไปหอบหิ้วถั่วที่ร้านเดิม ตามไปขึ้นรถ ผ่านตู้ไปรษณีย์ สีเหลือง เก่า ๆ มอ ๆ แต่ก็ไม่ลืมที่จะถ่ายเก็บไว้ . . . ตอนนี้มีโปสการ์ด แต่ไม่มีแสตมป์ ไอ้ฉันก็ยังไม่รู้จะไปซื้อที่ไหนอยู่ดี . . .

 

อาหารเย็นวันนี้เป็นมื้อสั่งลาเตหะราน ก่อนบินไปชีราชคืนนี้ เมนูคืนนี้เป็นอะไรที่ไม่ค่อยแปลกใจ มีกับข้าวสามอย่างให้เลือก และสลัดอีกนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้ . . .

เมนูไก่  . . .

เมนูแกะ . . .

ส่วนฉันเลือกอันนี้แหละ เมนูปลา กับข้าวหุงกับสมุนไพร แบบแขก ๆ ข้าวที่นี่จะเป็นข้าวลักษณะแบบเดียวกับอินเดีย เม็ดยาวร่วน (อืม . . . จำชื่อไม่ได้แล้ว ใครจำได้ช่วยบอกหน่อยเด้อ)

จบมื้อนี้ ฉันก็ต้องไปแกร่วอยู่สนามบินนานหลายชั่วโมง กว่าเครื่องบินจะออก . . . เครื่องบินในประเทศโกโรโกโสนิดนึง ตอนบินขึ้นฉันยังหวั่น ๆ ใจ แต่ในที่สุดก็ผ่านพ้นมาได้ ฉันถึงชีราชเที่ยงคืนกว่า กว่าจะถึงโรงแรม กว่าจะได้นอน เกือบตีสองซะงั้น . . . 

คืนที่สองไม่ฝันอะไรแล้ว หลับเป็นตายด้วยความเหนื่อย . . . 

.

.

.

14 เมษายน 2551

วันนี้เราจะไป เพอร์ซีโพลิส กันแล้ว เป็นอะไรที่ตั้งตาคอยมาก ๆ แต่เมืองเก่ามันไม่ได้อยู่ในเมืองหรอกนะจ๊ะ ต้องนั่งรถออกไปนอกเมืองอีกเป็นชั่วโมง ๆ สองข้างทางแทบจะเป็นทะเลทราย เก็บภาพสองสามภาพระหว่างทางมาฝาก แล้วค่อยต่อ Entry หน้านะจีะ

อันนี้เป็นด่านตรวจค่ะ พวกเราติดแหง๋กตรงนี้นานพอสมควร . . . ไม่รู้ตรวจอะไรกันนักหนา

รถประจำทางของเค้าหล่ะ . . .

และแล้วก็มาถึงเปอร์ซีโพลิสค่ะ ตอนนี้อยู่ในบริเวณโบราณสถานแล้ว . . . แล้ว แล้ว ก็จบก่อนค่ะ

 

Fein^^

edit @ 24 Aug 2008 06:10:02 by ``Fein ` ๏_๏ ่':๏๏๏๏๛