อิหร่าน : เปอร์ซีโปลิส มรดกโลก
posted on 25 Aug 2008 12:57 by fein in Travel-Others
อ่าน Entry ทั้งหมด จิ้มค่ะ
ตอนที่ 1 : อิหร่าน : ตกอยู่ในความฝัน
ตอนที่ 2 : อิหร่าน : มหาสมบัติ
ตอนที่ 3 : อิหร่าน : แหล่งช็อปเตหะราน
.
.
14 เมษายน 2551 (ต่อ)
ฉันนั่งหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่บนรถทัวร์อยู่ราวชั่วโมงนิด ๆ ด้วยความที่เพลียสุดขีดจากเมื่อวาน ระยะทางแค่ 30 กม. จากเมืองชีราช (Shiraz) แต่ทำไมมันนานก็ไม่รู้ อาจเป็นเพราะขึ้นรถปุ๊บหลับปั๊บ ก็เลยไม่รู้ว่ารถออกตอนไหน มาตื่นอีกทีที่ด่านตรวจซะแล้ว ถ่ายรูปสอง-สามแชะ แล้วก็หลับต่อ . . . ตื่นมาอีกที คุณไกด์ก็ไล่ต้อนพวกเราลงจากรถแล้ว . . . วันนี้แดดแรงมาก ผิดกับเมื่อวานที่เตหะรานที่อากาศเย็นสบาย ฉันเดินตามเพื่อนร่วมชีวิตไปเข้าห้องน้ำ ก่อนจะเริ่มเที่ยว . . . แต่แล้ว กลิ่นห้องน้ำก็ทำให้ฉันรีบเอามืออุดจมูก ทนได้ไม่ถึง 2 วินาที ก็ต้องรีบแจ้นออกมาอย่างช่วยไม่ได้ หายปวดเป็นปลิดทิ้ง เย้ยยย . . .
ขอไปดูของสวยดีกว่าของเหม็น ฉันเดินมาจนถึงจุดที่สามารถมองเห็นเมืองเก่าอย่างชัดเจน มันใหญ่จริง ๆ ให้ตายเหอะ ถึงแม้จะเหลือแต่ซากก็ตาม . . . .
เดินผ่านมา ฉันก็โชคดีเจอกับป้ายใหญ่ป้ายหนึ่ง มันทำให้ฉันสามารถเก็บรูปมุมสูงของที่นี่ได้ ถึงแม้ว่ามันจะเปรอะเปื้อนไปด้วยตัวหนังสือก็เหอะ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี จริงไหมจ๊ะ . . . ฉันกำลังจะเดินสู่โลกอารยธรรมโบราณ ที่ชื่อว่า Persipolis เปอร์ซีโพลิส ย้อนหลังกลับไปกว่า 2,500 ปี ผู้คนที่นี่เค้าจะอยู่อย่างไรนะ . . . เดินไปพลางคิดไปพลาง ทางเข้าอยู่ตรงลูกศรแดงนั่นแหละ . . .

ทบทวนประวัติศาสตร์กันนิดนะจะได้เที่ยวสนุกขึ้น แต่ถ้าใครไม่ชอบ ข้าม ๆ ไปก็ได้นะ
เปอร์ซีโพลิส (Persepolis) มหานครอันยิ่งใหญ่ในยุค 525 – 424 ปี ก่อนคริสตกาล ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์สามพระองค์แห่งเปอร์เซีย ทั้งหมดเป็นกษัตริย์ในราชวงศ์อเคมินิส (Achaemenid Dynasty) องค์แรกคือ กษัตริย์ดาริอุสมหาราช (Darius the Great : 525-486 ปี ก่อนคริสตกาล) องค์ที่สองคือ กษัตริย์เซอร์เซก (Xerxes : 456-466 ปี ก่อนคริสตกาล) และองค์สุดท้าย กษัตริย์อาร์ทาเซอร์เซกที่ 1 (Artaxerxex I : 466-424 ปีก่อนคริสตกาล) จากศิลาจารึกในเปอร์ซีโปลิส พวกเขาบอกเราว่า เขาเป็นชาวเปอร์เซีย มาจากเมือง Parse (หรือ Fars ในปัจจุบัน) ทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยสัญชาติแล้วพวกเขาเป็นชาวอิหร่าน และโดยเชื้อชาติเป็นชาวอารยัน
คำว่า Persepolis เป็นคำภาษากรีกค่ะ แปลว่า เมืองที่ถูกทำลาย แต่ค่อนข้างพ้องเสียงกับคำว่า Persaipolis (เปอร์เซียโปลิส) ซึ่งแปลว่า เมืองของชาวเปอร์เซีย ปัจจุบันคนทั่วไปรู้จักคำว่า Persepolis ในความหมายของ เมืองของชาวเปอร์เซียแทน ซึ่งตรงนี้ฉันก็ไม่เห็นเค้าจะพยายามเปลี่ยนชื่อ . . .
ที่นี่เป็นถือเป็นเมืองศูนย์กลางของชาวเปอร์เซีย ซึ่งถือเป็นเมืองของการเฉลิมฉลองเท่านั้น พระราชวังที่เหล่ากษัตริย์และราชวงศ์อยู่จริง ๆ นั้นไม่ใช่ที่นี่ แต่มีถึง 3 ที่ด้วยกัน ได้แก่ ที่บาบิโลน (Babylon) อาศัยในฤดูหนาว, ซูซา (Susa) อาศัยบางช่วงของฤดูใบไม้ร่วง และ แอคบาทาน่า (Ecbatana) ในฤดูร้อน แหมถ้าฉันมีวังซักสามหลัง คงสนุกพิลึกย้ายไปย้ายมา แค่มีหลังเดียวก็ดูแลกันจนปวดหัวแล้ว . . .
ไกด์บอกว่า กษัตริย์ของเปอร์เซีย ถือเป็นกษัตริย์ของกษัตริย์ (King of all Kings) ฟังทีแรกก็งง เอ๊ะ มีกษัตริย์อะไรอีกเยอะแยะมากมาย แล้วก็ถึงบางอ้อ ก็ดินแดนที่ตกอยู่ในความปกครองของกษัตริย์เปอร์เซีย มีถึง 28 ดินแดน แต่ดินแดนเปอร์เซียและมีเดียนจะพิเศษหน่อย เพราะกษัตริย์ Darius I เป็นกษัตริย์ที่มีพ่อเป็นเปอร์เซีย ส่วนแม่เป็นมีเดียนน่ะสิ . . . ที่นี่ปกครองโดยระบบ Federal Nation หรือ สหพันธรัฐ ถือเป็นต้นแบบของระบบนี้ในโลกเลย นั่นหมายความว่าทุกดินแดนมีอิสระที่จะมีกฎหมาย มีภาษา มีประเพณี นับถือศาสนา เดิมของตัวเอง แต่ทุกดินแดนก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายใหญ่ มีการเก็บภาษีที่ยุติธรรม ที่สำคัญที่นี่ไม่มีทาส พระราชวังทั้งหมดสร้างขึ้นโดยการจ้างแรงงาน เป็นกลุ่มช่าง และศิลปิน
เอาล่ะก่อนจะขึ้นสู่เมือง เราก็ต้องขึ้นบันได บันไดที่นี่มีชั้นละ 111 ขั้น จะขึ้นไปก็ต้องเดิน 222 ขั้นนั่นเอง เดินบันไดไปก็มองฐานของเมืองไป หินแต่ละก้อนที่เอามาตัดมันช่างใหญ่โตจริง ๆ แล้วคิดดูว่าเอาหินใหญ่ขนาดนี้มาประกอบเป็นฐานขนาดกว้าง 125,000 ตารางเมตร

มีภาพจากหนังสือเป็นภาพวาดที่คาดว่าเมื่อก่อนเมืองจะเป็นแบบนี้ เอามาเปรียบเทียบให้ดู

ขึ้นมาปุ๊บ ฉันก็ประจันหน้ากับสัตว์ประหลาดที่เรียกว่า การ์เดียนบู (Guardian Bull) ยามเฝ้าประตู ที่ถูกพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ลอกหน้าไปไหว้เจ้าเรียบร้อย . . . ประตูที่อยู่ข้างหน้าเรียกว่า Gate of All Lands เสาแต่ละต้นสูง 22 เมตร คิดง่าย ๆ ฉันสูง 165 ซม. ก็เอาตัวเองต่อขึ้นไปได้ 13 คน นั่นแหละ ยังขาดอีก 30 กว่า ซม. อีกต่างหาก

ผ่านประตู เจอยามระวังหลังอีกสองตัว แต่สภาพดีกว่า . . .

บนเสาสี่ต้นของประตู ปกติแล้วจะมีตัวหัวเสาเป็นรูปสัตว์สองหัวอยู่ อย่างตัวนี้
ตอนนี้อยู่ในระหว่างบูรณะ ก็จะมีบางตัวที่ถูกยกลงมารอซ่อมแซม บางตัวก็โดนเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ

ฉันก็ไม่รู้หรอกว่ามันตัวอะไร แต่ที่แน่ ๆ หน้ามันดุเนอะ
ออกจากบริเวณ Gate of All Lands ฉันก็มาเจอบริเวณที่เรียกว่า Apadana (อพาดาน่า) เป็นส่วนที่เหมือนเป็นท้องพระโรง และใช้จัดงานเฉลิมฉลอง
ส่วนนี่เป็นภาพวาดที่คาดว่าจะเป็นในสมัยก่อน ซึ่งตอนนี้เหลือแต่บันไดกับเสา . . .
ยังไม่ทันจะขึ้นไปชมหรอก ฉันและเพือนร่วมชะตากรรม หยุดยืนตะลึงอยู่ตรงบันไดนั่นแหละค่ะ ไม่ใช่เพราะมีคาร์บอม หรือเจอหนุ่มหล่อ . . . แต่ทางขึ้นบันไดของ Apadana มีรูปแกะสลักที่สวยงามอยู่ ต้องบอกว่าฝีมือเลิศ คิดดูสิว่าคนยุค 2,500 ปีที่แล้วเค้าเก่งขนาดไหน
รูปที่ว่าเป็นรูปของบรรดาแขกที่มาร่วมงานทั้ง 28 ดินแดน ที่เป็นดินแดนในความปกครองของเปอร์ซีโพลิสในขณะนั้น พร้อมด้วยเครื่องบรรณาการ รวมทั้งภาพสิงโตกับวัวที่ปลายสองฝั่งบันได
ที่นี่เค้าอุตส่าห์ทำหลังคามาบังบันไดไว้ เพื่ออนุรักษ์รูปแกะสลักเหล่านี้
มาดูตัวอย่างกันซักหน่อยเป็นไร สำหรับบรรดาแขกที่มาร่วมงาน
รูปนี้เป็นชาวอัสซีเรียน ให้แกะ
ชาวพาเทียน กับอูฐสองโหนกของเขา
ชาวลิเดียน (ลิเดียในปัจจุบัน)
ให้สังเกตุค่ะ แต่ละเมืองจะถูกจูงมาด้วยทหารของ เปอร์เซีย หรือ มีเดียน เท่านั้น เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการปรองดองกัน
ส่วนนี่ ภาษาเปอร์เซียโบราณ สมัยพระเจ้า Xerxes
เมื่อหายตะลึงอึ้งไปแล้ว ฉันก็ลองเดินขึ้นบันได ในหัวจินตาการว่า เป็นสาวเปอร์เซียโบราณ เอาเป็นว่าใส่ชุดของเจ้าหญิงจัสมินก็แล้วกัน กำลังเดินขึ้นบันไดมาร่วมงานเฉลิมฉลอง เมื่อเดินมาถึงขั้นบนสุดประตูก็เปิดออก ภาพข้างหน้าเป็นห้องโถงโอ่อ่าเพดานสูง แต่ละคนกำลังดื่ม กิน ร้องเพลง เต้นรำ กันอย่างสนุกสนาน
เสาแต่ละต้นมันใหญ่ซะจนบังฉันสามคนมิด . . . เอาไว้เล่นซ่อนหากับหนุ่มอาหรับทั้งหลาย วิ้ววว . . .
แหม . . . ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าที่จริงเค้าฉลองกันแบบไหน เอาเป็นว่าตอนนี้จินตนาการของฉันกำลังเตลิดไปข้างหน้าจนไม่ได้มองพื้น จนเกือบตกไอ้หลุมข้าง ๆ เสา . . .
เอ พาลสงสัยว่ามันใช้่ทำอะไรหนอ . . . . ใครอยากทายยกมือขึ้น . . . เอ้า ทายกันหน่อย
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เฉลย มันคือที่ลงกลอนประตู โอ๊ยย . . แม่เจ้าประคุณรุนช่อง กลอนยังใหญ่ขนาดนี้ ประตูจะขนาดไหนเนี่ย . .
หลงแสงสีซักพัก . . . รู้ตัวอีกทีเพื่อนร่วมชาติกับไกด์ เดินกันไปปู้น . . .ไอ้ฉันต้องรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งเกือบสะดุดเสา . . .
ไอ้ปู้นที่ว่าก็ คือ The Tachara (ทาชาร่า) หรือ ส่วนพระราชวังของกษัตริยดาริอุส นั่นเอง (มุมบนของภาพ)
ดูอย่างนี้มันดูแทบจะไม่ออกว่าหน้าตาจริง ๆ มันเป็นอย่างไร แต่มีหรือฉันจะยอมแพ้ ไปขวนขวายหามาจนได้ ภาพวาดของ Tachara ที่น่าจะเป็นในอดีต
ไฮโซไม๊ล่ะ . . .
ที่สำคัญที่นี่ยังมีจารึกของ กษัตริย์ Xerxes ตรงหน้าสุดของบันได และที่เสาอีกด้วย ความไม่ธรรมดาของจารึกก็คือ มีการจารึกถึงสามภาษาด้วยกัน
บนสุดเป็นภาษาเปอร์เซียโบราณ ตรงกลางเป็นภาษาอิลิไมท์ และล่างสุดเป็นภาษาบาบิโลน ซึ่งภาษาเหล่านี้ทำให้รู้ว่า Tachara สร้างเสร็จในสมัยของ Xerxes นั่นเอง
ออกจากตรงนี้ฉันก็ดุ่ม ๆ ผ่านแดดแรง ๆ แต่ก็ไม่ร้อนมากเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับเมืองไทย จนมาถึงที่นี่ TheTreasury หรือ ที่เก็บสมบัติ . . .
แต่ขอโทษนะ สภาพอย่างนี้คงไม่เหลืออะไรตกมาถึงฉันหรอก ทั้งหมดทั้งปวงโดนเชิดไปเรียบร้อยโดยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชอีกนั่นแหละ ตาคนนี้ขยันทำลายชาวบ้านเค้าจริง ๆ
ส่วนจุดนี้เป็นที่เรียกว่า Sadsetoon หรือ Hundred Column Hall จะให้แปลก็คงจะเป็น ห้องร้อยเสา ล่ะมัง ถือเป็นพื้นที่ใหญ่อันดับสองของ Persepolis เลยนะ ใช้สำหรับเป็นที่ประชุม ทำงาน ของบรรดาลูกกระจ๊อกของกษัตริย์นั่นแหละค่ะ . . . แต่โอ๊ย ถ้าฉันต้องทำงานในห้องร้อยเสา คงจะเป็นลมก่อนเป็นแน่แท้ มันตาลายเห็น ๆ ลองนึกภาพสิ "ฝ่ายธุรการคะ กรุณาไปเก็บเอกสารที่ฝ่ายบุคคล ที่เสาต้นที่ 99 ที" หรือ "เรียนท่านหัวหน้าช่างไฟ ช่างสี ช่างปะปา กรุณาไปประชุมที่เสาต้นที่ 35" อะไรประมาณนี้
เอาล่ะ เราจะไปจบกันที่สุดท้าย สุสานกษัตริย์ ที่นี่เค้าก็จะมีสุสานของกษัตริย์ Artaxerxes III
ส่วนของท่าน Darius the Great กับ Xerxes ต้องไปอีกที่ ซึ่งเราจะไปบ่ายนี้จ้า . . .
Fein ^^
PS. จบการทัวร์ Persipolis แล้ว แต่ที่จริงยังมีหลายส่วนที่ไม่ได้อธิบาย แต่ถ้าอธิบายหมด สงสัยต้องไปแต่งหนังสือนำเที่ยวเปอร์ซีโปลิสขายแทนซะ +555 หลังจากเดินไปสองชั่วโมงกว่า ก็ยังมีโอกาสไปสอยหนังสือและโปสการ์ดตรงจุดบริการนักท่องเที่ยว
The Authoritarive Guide t o Persepolis by A.Shapur Shahbazi
เล่มนี้ เป็นหนังสือที่ใช้อ้างอิง เกือบจะทั้งหมดใน Entry นี้ อธิบายรายละเอียดของเมืองนี้ได้ละเอียดมาก หนังสือจะออกไปในแนวอธิบายประวัติศาสตร์ หลักฐานที่พบในแต่ละจุดของ Persipolis ดังนั้นจะไม่ค่อยมีรูปภาพใหญ่โต สวยงาม เริ่ด ให้เห็น แต่จะเป็นภาพชัด ๆ ให้เห็นรายละเอียดของเมือง
ที่นี่ไม่รู้จะหาซื้อที่ไหนเหมือนกัน เพราะพิมพ์ในอิหร่าน แต่เป็นภาษาอังกฤษ อ่านสองทีก็ปกหลุดแล้ว ไม่อยากบอกว่ากาวตรงสันหนังสือบอบบางมาก ๆ แต่ก็โชคดีที่ข้างในยังไม่หลุดเป็นชิ้น ๆ
ส่วนโปสการ์ด ส่งให้เพื่อน ๆ Exteen ตอนขากลับมานี่แหละค่ะ เพราะว่าหาที่ซื้อแสตมป์ไม่ได้ ตะลอน ๆ ทั้งวัน กว่าจะกลับมาที่พักก็มืดค่ำ ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหนอีก . . . ก็เลยอดแสตมป์อิหร่านเลยเนอะ ขออภัยด้วย
C U next Entry นะจ๊ะ
ฝ้าย
edit @ 25 Aug 2008 20:41:26 by ``Fein ` ๏_๏ ่':๏๏๏๏๛