บามเบิร์ก : Bamberg
posted on 29 Jun 2009 14:45 by fein in Travel-Europe
เหอะ ๆ อาการยังไม่ค่อยดีเลยค่ะ จนวันนี้ยังเดินมาก ๆ ไม่ได้เหนื่อย นั่งมากก็ยังเหนื่อยเลย ไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหวหรือเปล่า แถมด้วยอาการเท้าบวมด้วย สองสามวันนี้ก็เลยยิ่งเดินไม่ค่อยได้หนักเข้าไปอีก
ในที่สุดเมื่อไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย ก็ต้องเก็บของเก่ากินค่ะ +555
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
วันนี้จะพาไปเที่ยวเมืองบามเบิร์ก (Bamberg) อายุกว่า 1000 ปี
อยู่ทางตอนเหนือของแคว้นบาวาเรีย เยอรมัน
เป็นเมืองเก่าในไม่กี่เมืองของเยอรมันที่ไม่ได้ถูกทำลายในสมัยสงครามโลก
ครั้งที่ 2 ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งปีที่ฝ้ายไปก็เป็นปี
2006 สามปีพอดี ตอนนั้นไปเที่ยวกับเพื่อนสุ หลังจากสอบ Thesis เสร็จ
อากาศไม่ดีเลยฝ่าลมฝนหน้าซีดไปตาม ๆ กัน
วันนั้นเป็นวันเสาร์ค่ะ พวกเราออกเดินทางจากแฟรงเฟริ์ตกันตั้งแต่เช้า ไปถึงที่นู่นก็สาย ๆ แล้ว แต่อากาศก็ยังห่วย แดดไม่ออกเลยแถมฝนตกอีกต่างหาก แต่นะ ตอนนั้นลุยลูกเดียว อิอิ ตามหลักการเที่ยว ลงจากสถานีรถไฟเราก็ต้องหา Tourist Information ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งก็จะมีให้บริการนักท่องเที่ยวใกล้ ๆ แหล่งท่องเที่ยวหรือ ใกล้ ๆ สถานีรถไฟนั่นเองค่ะ จากนั้นพวกเราก็จะพก CityMap กันคนละใบ แล้วก็เดิน ๆ ๆ
เนืองจากเป็นวันเสาร์ ช่วงเช้าก็ยังมีตลาดนัดให้พวกเราเดินเล่น ๆ กันพอสมควร บริเวณที่ตั้งตลาดนั้นเค้าก็จะเรียกกันว่า Green Market ค่ะ
แถมช่วงนั้นใกล้หน้า Holloween แล้วก็มีขายฟักทองกันเกลื่อนไปหมดเลย
ถัดจากตลาดไม่ไกล
พวกเราก็มาถึงจุดท่องเที่ยวแห่งแรก Altes Rathaus หรือ Old Town Hall
นั่นเองค่ะ ที่นี่ถูกสร้างตั้งแต่ปี คศ. 1461 - 1467 ก็ไม่เท่าไหร่ 500
กว่าปีมาแล้ว
นอกจากนี้ที่นี่ยังมีการบูรณะปรับปรุงในช่วงบาโร็ค (Baroque) ในปี คศ.
1744-1756 โดยเพิ่มศิลปะ บาโร็ค และ ร็อคโคโค่ (Baroque and Rococo)
เข้าไปทำให้ Town Hall แห่งนี้ดูวิจิตรงดงามมากกว่าเดิม
ที่จริง Town Hall แห่งนี้ ตั้งอยู่กลางแม่น้ำ Regnitz เลยค่ะ และมีสะพานสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งไปยังเขตเมืองของพ่อค้า อีกฝั่งเป็นเขตเมืองอยู่อาศัยในสมัยก่อน
รูปด้านหน้าค่ะ เราสามารถใช้ Old Town Hall เป็นสะพานข้ามฝั่งได้ด้วย
ภาพฝาหนังยังสวยอยู่เลยค่ะ แถมมีมุขขำ ๆ นิด ๆ อย่างรูปปั้นกามเทพที่อยู่ข้างบน แต่ดันมีขามาโผล่ข้างล่าง
ถัดจาก Old Town Hall เราก็จะสามารถมองเห็นภาพบ้านริมน้ำ ที่เรียกว่า Little Venice ค่ะ ซึ่งเดิมเป็นบ้านของชาวประมง
ปัจจุบันใช้เป็นร้านอาหาร และบ้านพักอาศัยค่ะ
น่ารักไม๊หล่ะ
เสียดายฟ้าไม่ใส ไม่งั้นคงสวยกว่านี้
จากนั้นเราก็เดินไปที่ DomPlatz ค่ะ บริเวณนี้จะรายล้อมไปด้วยตึกเก่า ๆ มากมาย
ด้านซ้ายจะเป็น โบสถ์เก่า ที่เรียกว่า Imperial Cathedral
เป็นโบสถ์ขนาดใหญ่ มีเสาสี่ด้านสร้างขึ้นในปี คศ.1012 แค่ 997 ปี
แค่นั้นเอง จิ๊บ ๆ
รูปนี้เป็นรูปเสาด้านหน้าค่ะ พอดีว่ากล้องมันไม่สามารถเก็บภาพมุมกว้างได้เล้ยยย มันก็เลยไม่มีปัญญาถ่าย
งั้นขอแถมรูปเล็ก ๆ ในเวปไซด์ท่องเที่ยวของเมืองให้ดูนิดนึงละกันนะ
ส่วนตึกฝั่งขวา เรียกว่า New Residence สร้างขึ้นในปี คศ. 1609 ไอ้ New Residence ก็คือที่อยู่อาศัยของพวก Bishop
ขอประทานอภัยค่ะ ไม่มีปัญญาถ่ายอีกนั่นแหละ
กว้างเหลือเกิน
ส่วนทางด้านหลังก็จะเป็นส่วนของ Old Palace เป็นที่อยู่อาศัยของ Bishop เช่นกันค่ะ แต่เป็นอันเก่าไง
นอกจากนั้นบริเวณ DomPlatz ก็จะมีส่วนของ Old Court แล้วก็ Museam หลายแห่งค่ะ ใครชอบใจอยากดูอะไรก็เข้าไปดูได้ ส่วนพวกฝ้ายเวลาน้อย วันนี้ต้องไปให้หมดเมือง +555 ก็เลยไม่ได้เข้า Museam เลย
จากนั้นพวกเราก็มุ่งหน้ากันต่อไป โดยออกจาก DomPlatz ทางหลัง ปีนลงเนินเพื่อจะไปขึ้นอีกเนิน จุดหมายก็ตึกใหญ่ ๆ ไกล ๆ นู่นค่ะ
คิดดูว่าทั้งปีนลงปีนขึ้น เหนื่อยโคตร ๆ แต่ก็ดีไปอย่างทำให้ทนอากาศหนาวได้มากขึ้น
และแล้วเราก็มาถึง สถานที่แห่งนี้เรียกว่า Michaelsberg Abbey คำว่า Abbey ก็แปลว่าโบสถ์อีกนั่นแหละค่ะ ทางด้านขวามือที่มีหอคอยคู่นั่นก็คือโบสถ์ค่ะ ส่วนอาคารส่วนที่เหลือคิดว่าสมัยก่อนน่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของพระในอดีต แต่ในปัจจุบันเค้าได้ปรับมาทำเป็นที่พักคนชราแล้วค่ะ
ด้านหลังโบสถ์ หน้าตาอย่างนี้ มีสวนเล็ก ๆ ด้วย
ปลูกต้นไม้เรียงราย กำลังเปลี่ยนสีแล้วก็ร่วงด้วยค่ะ
จากบนนี้เราก็สามารถมองเห็นเมือง Bamberg ได้ถนัดเลยค่ะ หลังคาสีส้ม ๆ เห็น Little Venice ด้วย
ชมวิวหอมปากหอมคอก็เดินกันต่อ ระหว่างเดินลงก็สังเกตบ้านชาวบ้านไปด้วย
ประตูรั้วเป็นรูปนกฮูก น่ารัก
ใบไม้เปลี่ยนสีริมผนังบ้าน
ร้านอาหารค่ะ ใบไม้กำลังเปลี่ยนสีเลย สวยยยย
. . . อยากจะปลูกอย่างงี้ที่บ้านมั่ง แต่สงสัยจะไม่ขึ้น
ไอ้ที่ขึ้นคงจะไม่เปลี่ยนสีแหง๋ ๆ เลย
ต้องบอกว่าเมืองนี้มีโบสถ์เยอะมากค่ะ คิดว่าเป็นสิบแห่ง
ที่เดินผ่านมาไม่ได้เจาะจงเข้าเนี่ย มีตั้งหลายโบสถ์ แต่ขอไม่นำเสนอละกัน
โบสถ์ก็คล้าย ๆ กันนั่นแหละค่ะ (อู้ ๆ)
เพื่อจุดหมายปลายทางอีกสองแห่ง พวกเราก็ต้องฟันฝ่าเนิน (อีกแล้ว) แถมวันนั้นใส่รองเท้าบู๊ตด้วย เหอะ ๆ ทางเดินหินแบบนี้ทำเจ็บเท้าเลยค่ะ
ระหว่างขึ้นเนินพวกเราก็จะเห็นแต่ละบ้านเริ่มตกแต่งต้อนรับเทศกาล Halloween แล้ว
ฟักทองขาดไม่ได้
และแล้ว . . .
พวกเราก็เดินทางมาถึง Böttingerhouse เป็นบ้านสร้างสไตล์อิตาลี ของ Ignaz Tobias Böttinger คนนี้มีตำแหน่งถึงองคมนตรีค่ะ (The privy councillor) สร้างเพื่อแสดงถึงความรวยว่างั้นเหอะ ปัจจุบันกลายเป็น Art Gallery ไปเรียบร้อย
ส่วนอีกที่ก็คือ Concordia เจ้าของเดียวกันค่ะ ที่นี่เหมือนเป็นปราสาทริมแม่น้ำ Regnitz ซึ่งสร้างหลัง Böttingerhouse ประมาณ 3 ปีค่ะ
พอจบที่นี่ก็เย็น ๆ แล้ว
พวกเราก็ตัดสินใจกลับที่พักค่ะ แบกเป้ไปเที่ยวเนี่ย มันเหนื่อยนะเนี่ย
เดินทั้งวัน ที่พักของพวกเราอยู่นอกเมืองออกไป
ต้องเดินทางโดยรถประจำทางค่ะ ปรากฎว่าเราจองผ่าน Internet ไว้
ก่อนล่วงหน้าแค่ 2 วัน จากนั้นก็มาเลย ปรากฎว่าที่พัก ปิด
เค้าปิดพักร้อนแล้วไม่ได้แจ้งในเวปไซด์ไง สุดท้ายพวกเราก็ต้องหาที่พักที่ใกล้ที่สุดแถว ๆ นั้นเป็น Youth Hostel อีกจนได้
แล้วก็ต้องเดินไปหาข้าวกิน ซึ่งเป็นร้านอาหารที่มีอยู่แห่งเดียวในรัศมี 1.5 กม. เดินเข้าไปค่ะพี่น้อง จบวันด้วยอาหารเย็นที่หรูกว่าปกติ
ปลาอะไรซักอย่างราดซอสเลมอน กับมันฝรั่งและสลัด ส่วนของเพื่อนเป็นเนื้อหมูกินกะมันปั้นก้อน ๆ และซาวเวอร์เคราท์ (Saurkraut) ไอ้ที่สีแดง ๆ ม่วง ๆ น่ะค่ะ เสิร์ฟพร้อมไวน์คนละแก้ว เฮ้อ . . . ค่อยยังชั่ว
พรุ่งนี้เราจะเดินทางไป เบรอยท์ (Beyreuth) กัน
PS. ไว้วันไหนไม่เหนื่อยมาก จะมา up ใหม่น่อทำแค่นี้ก็อาศัยเวลาไปสองวัน +555
Fein^^
สนุกสนานค่ะ
#1 By caffeineaddict on 2009-06-29 14:48