21.02.2009

วันนี้พวกเราเดินทางออกจากวังเวียงตั้งแต่เก้าโมงครึ่งค่ะ ค่า Minivan จากวังเวียงไปหลวงพระบางคนละ 70,000 กีบ ทางไม่โหดร้ายนัก ถ้าเทียบกับทางโหดจากหลวงพระบางมาวังเวียง รถไม่มีแอร์อีกเช่นเคย อากาศตอนใกล้เที่ยงร้อนสุด ๆ จนคิดถึงอากาศเย็นวันแรก ๆ ที่เราเริ่มต้นทริปที่ห้วยทราย . . .

ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงครึ่ง เวลาเที่ยงพวกเราก็มายืนอยู่ที่ท่ารถของเวียงจันทร์แล้วค่ะ แดดร้อนเปรี้ยงหัวแดงก็วันนี้แหละ แผนของวันนี้ก็คือเที่ยวแบบรีบ ๆ โดยเหมาตุ๊ก ๆ เฉพาะที่สำคัญ ๆ แล้วก็ผ่านด่านกลับไปที่หนองคายค่ะ

พอลงมาถึงท่ารถก็จะมีตุ๊ก ๆ มาคอยถามว่าจะเอาตุ๊ก ๆไม๊ ให้ไปส่งที่ไหน ไปที่ด่านไม๊ อะไรประมาณนี้ พวกเราก็เลยบอกว่าจะเหมาเที่ยวให้เวียงจันทร์แล้วให้ไปส่งที่ด่านตอนเย็น คิดเท่าไหร่ ปรากฎว่าท่านพี่คิดไป 1,000 บาทเหมา พวกเราได้แต่ส่ายหน้า ฟันกันนี่หว่า . . . ต่อรองราคาก็ลดลงมาได้ที่ 800 บาท สุดท้ายก็ 600 บาท นะ แพงอยู่ดีสำหรับรถไม่มีแอร์ พวกเราเลิกต่อแล้วเดินไปหาก๋วยเตี๋ยวใกล้ ๆ กินคนละถ้วย ค่าเสียหาย 36,000 กีบ สำหรับ 3 ถ้วย จากนั้นสาว ๆ ก็ส่งหนุ่มที่มีอยู่เพียงคนเดียวไปหารถต่อ ฮี่ ๆ ๆ (ก็กินเร็วเองนี่นา) สรุปว่าได้รถตุ๊ก ๆ ที่ขับผ่านมาแถวนั้น ไม่ใช่รถคิว คิดแค่ 500 บาท พวกเราก็เลยรีบกระโดดขึ้นรถ กลัวลุงเปลี่ยนใจ

 

ที่แรกที่พวกเราไปก็คือ หอพระแก้ว ค่ะ  ค่าเข้าคนละ 5,000 กีบ

 

ที่นี่สร้างขึ้นโดย พระเศษฐาธิราช (King Setthathirat) ใช้เพื่อเก็บรักษาพระแก้วมรกต ที่ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดพระแก้วของไทย

 

 ปัจจุบันภายในเป็นทีเก็บพระพุทธรูปโบราณสมัยศตวรรษที่ 18 และภายนอกก็มีศิลาจารึก และพระพุทธรูปเช่นกัน แต่ไม่ทราบว่าเก่าหรือเปล่า

 

นี่ประตูหลังค่ะ . . . . เสียดายภายในเค้าไม่ให้ถ่ายรูป ก็เลยไม่มีภาพพระเก่าให้ชม

 

จากนั้นพวกเราก็แค่ข้ามถนน วัดสีสะเกษ อยู่ตรงข้ามค่ะ ค่าเข้าคนละ 5,000 กีบ เช่นเคย

รู้สึกว่าค่าเข้าวัดที่นี่ถูกมาก ๆ ถ้าเทียบกับหลวงพระบาง ที่นู่นอย่างต่ำ ๆ ก็ 10,000 กีบ ที่ฮิตหน่อยก็ 20,000 กีบที่นี่แค่ที่ละ 5,000 กีบเอง

 

พระอุโบสถ เก่ามาก เค้าบอกว่าเป็นวัดที่เก่าที่สุดในเวียงจันทร์ค่ะ และเป็นวัดที่เหลือเพียงวัดเดียวจากการบุกรุกของไทย (เมื่อก่อนเราคงไม่ตีเมืองเค้าเหมียนกันอ่ะค่ะ ว่าแต่พม่าเผาอยุธยา )

 

 รอบ ๆ พระอุโบสถ มีพระพุทธรูปจำนวนมาก ทั้ง 4 ด้าน บนผนังประดิษฐานพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ อีกนับไม่ถ้วน

 

ข้าง ๆ พระอุโบสถ มี หอไตร เป็นห้องสมุดเก็บ พระไตรปิฎก ในสมัยก่อน สร้างสไตล์พม่าเป็นหลังคาสี่ชั้น ภายในมีชั้นเก็บเอกสารสูงถึงหลังคา ซึ่งเอกสารสมัยก่อนทำจากใบต้นปาล์มค่ะ

 

จากนั้นก็ไปประตูเมือง อากาศร้อนมากค่ะ แถมทางที่รถจอดได้มันย้อนแสง ต้องเดินไปถ่ายอีกฟาก ลงทุนโคตร ๆ +555

 

เมื่อก่อนคุณสามีเค้าเคยมาเที่ยวที่นี่เกือบสิบปีแล้ว พอกลับมาเค้าก็ถามว่าไปประตูเหม็นฉี่หรือเปล่าที่เวียงจันทร์ ไอ้เราก็นึกว่าประตูอะไร ประตูชัยนี่เอง เมื่อก่อนไม่ได้มีการปรับภูมิทัศน์ แล้วภายในก็ไม่ได้ดูแล มันก็เลยสงสัยจะไม่ประทับใจ

แต่ตอนนี้รับรองได้ไม่มีกลิ่นใด ๆ ทั้งสิ้น หุหุ นอกจากนี้ด้านหน้าช่วงเย็นยังมีการแสดงน้ำพุประกอบแสงสีอีกด้วยค่ะ พัฒนาแล้วน่อ

 

ออกจากประตูชัย ลุงตุ๊ก ๆ ก็พาพวกเราเดินทางไปพระธาตุหลวง ประมาณ 3 กม. จากในเมืองค่ะ ค่าเข้า 5,000 กีบ

พอลงจากรถก็เห็นพระธาตุเลย พื้นที่จากหน้าประตูเดินไปไกลนิดนึง อากาศร้อนเปรี้ยงแบบวันนี้ แทบไม่มีอารมณ์ถ่ายรูป  เหงื่อตก

 

พระธาตุสร้างในปี คศ. 1566 ภายหลังได้รับความเสียหายจากสงคราม และถูกบูรณะใหม่โดยฝรั่งเศสค่ะ ภายในพระธาตุบรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้าด้วย

 

หมดไป 4 แห่ง ใช้เวลาแค่ชั่วโมงครึ่ง โหย . . . มันโคตรเร็วอะไรจะปานนั้น แล้วจะทำอะไรดีหล่ะ 

สุดท้ายพวกเราก็จำได้ว่าร้าน Joma กาแฟไฮโซที่หลวงพระบาง มีสาขาที่เวียงจันทร์ด้วย ลุงตุ๊ก ๆ เค้าก็รู้จักนะ ดังไม่ใช่เล่น พวกเราก็เลยไปแกร่วอยู่ใน Joma อีกเกือบบครึ่งชั่วโมง ได้ล้างหน้าล้างตา  หม่ำชีสเค็กของโปรด +French Vanilla Soda ส่วนเพื่อน ๆ ดื่มกาแฟ เพื่อนบอกว่าสาขานี้อร่อยกว่าสาขาหลวงพระบางค่ะ

 

จากนั้นออกจากที่นี่นั่งรถออกไปนอกเมือง เพื่อไปวัดเชียงควนค่ะ ถนนหนทางในลาวถึงแม้จะลาดยาง แต่มีฝุ่นเยอะพอสมควร ตอนนี้รู้สึกว่าหัวเริ่มแดง เสื้อก็เริ่มแดงด้วย เละเลยหล่ะ โดยเฉพาะเวลาผสมกับเหงื่อโชก ๆ ของพวกเรา ที่เสนอหน้าออกกันใหญ่ยังกับดีใจที่อากาศร้อน

ประมาณ 40 นาทีเราก็มาถึง ที่จริงที่นี่ไม่ใช่วัดหรอก แต่เป็นสวนสาธารณะที่คนลาวนิยมไปเที่ยว มีรูปปูนปั้นเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าเรื่องอื่น ๆ เยอะแยะเลย

 

คนต่างชาติเสียค่าเข้าคนละ 5,000 กีบ ค่าพกกล้องเข้าไปถ่ายรูปอีก 3,000 กีบต่อคน และค่าจอดรถอีก 3,000 กีบ แต่พอดีเค้าไม่คิดค่าจอดแฮะ ใจดีจัง   มีเวลาแค่ 20 นาที สำหรับเดินเล่น ถ่ายรูป

 

มีแต่รูปปูนปั้น

 

 

 

ราหูอมจันทร์

 

ส่วนนี่ ไม่รู้อะไรเหมือนกัน แต่วัยรุ่นเค้าชอบปีนขึ้นไปข้างบน จะได้ดูทิวทัศน์รอบ ๆ 

 

 

ฝ้ายเอง +555 โคตรน่ากลัว เพื่อนนิวถ่ายให้ . . .

 

จากนั้นก็นั่งรถไปลงที่ด่านค่ะ เสียค่าผ่านด่านคนละ 15 บาท หรือ 3 คน 8,000 กีบ จากนั้นก็นั่งรถ Inter Bus จากด่านข้ามสะพานมิตรภาพจากฝั่งลาวไปฝั่งไทย จากนั้นก็จ๊อบผ่านด่านฝั่งไทย แล้วก็เรียกรถไปส่งที่ บขส.หนองคาย ถ้าเป็นตุ๊ก ๆ ก็จะโดนเรียกคนละ 80 บาทต่อคน แต่บังเอิญมีพี่คนหนึ่งบอกว่าของเค้าคิด 50 บาทต่อคนเอาป่าว เพื่อนก็เลยต่อ 100 บาท 3 คนละกัน เพื่อนนักต่อ หุหุ . . . เค้ายอมไปค่ะ พี่เค้าขับรถกระบะ 4 ประตู ไม่ยักกะใช่รถตุ๊ก ๆ แฮะ . . . เค้าบอกว่าเค้าก็รับจ้างไปนู่นนี่ ไปลาวก็ได้ถ้ามีคนเหมารถเค้า 

มาถึงท่ารถด้วยหน้าตาที่ดูไม่จืด ซื้อตั๋วรถทัวร์ VIP 24 ที่นั่ง จากรุ่งประเสริฐทัวร์ ราคาคนละ 750 บาท จริง ๆ มีรถทัวร์อีกแบบราคา 400 กว่าบาท แต่ที่นั่งเยอะ เอนเบาะได้น้อย พวกเราก็เลยไม่เอาดีกว่า โหดมาหลายวันแล้ว ขอพี่ที่ท่ารถอาบน้ำ สระผม ขับไล่ความเหม็น +555 อย่างที่บอกค่ะ เละไปทั้งตัว จากนั้นก็ไปกินอาหารตามสั่งแถว ๆ นั้น รถออกจากหนองคาย 7.45 น. ถึงกรุงเทพ 4.30 น. ตอนเช้าที่หมอชิต คุณสามีน่ารัก มารับด้วย ^^ กลับบ้านแยกย้าย ปิดทริปลาวค่าาาา . . .

 

ข้อมูลเดินทาง

- รถ Minivan วังเวียง-เวียงจันทร์ 70,000 กีบ / คน

- ค่าเหมาตุ๊ก ๆ เที่ยวในเวียงจันทร์ + วัดเชียงควน + ด่านไทย-ลาว 500 บาท / 3 คน

- ค่าเข้าชม หอพระแก้ว วัดสีสะเกษ พระธาตุหลวง ที่ละ 5,000 กีบ / คน

- ค่าเข้าชมวัดเชียงควน สำหรับต่างชาติ 5,000 กีบ/คน ค่าพกกล้องเข้าไปถ่ายรูป 3,000 กีบ/คน และค่าจอดรถ 3,000 กีบ/คัน

- ค่าผ่านด่านลาวคนละ 15 บาท / คน

- ค่ารถ Inter Bus  ข้ามสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว  15 บาท / คน

- ค่ารถไป บขส.หนองคาย 100 บาท / 3 คน

- ค่ารถทัวร์  VIP 24 ที่นั่ง หนองคาย - กรุงเทพ 750 บาท / คน

- ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยทั้งทริป 7 วัน คนละ 8,500 บาท

 

Fein^^

 

PS. เนื่องจากคุณ Thasanan คห.34 ได้ทักท้วงเข้ามา และให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องพระแก้วมรกตค่ะ ข