ลาว (4) : สะบายดี วังเวียง
posted on 14 Mar 2009 13:11 by fein in Travel-Others19.02.2008
โทรศัพท์มือถือส่งสัญญาณปลุกเจื้อยแจ้วตอนตีห้า หลังเสียเวลางัดตัวเองออกจากที่นอนไปเกือบ 25 นาที และทำธุระส่วนตัวอีก 5 นาที พวกเราออกจากเกสต์เฮ้าท์เดินไปตามเส้นทางสายเก่าที่คุ้นเคย (อยู่มา 3 วันแล้วนี่นา) เพียง 15 นาที พวกเราก็มายืนกลางตลาดเช้าของหลวงพระบาง
ตลาดเช้ายังไม่คึกคักนัก อาจเพราะว่ามันเช้าเกินไป แต่แม่ค้าขายข้าวเหนียวมาประจำที่เช้ามาก คงรู้ว่าเวลาเช้าเป็นเวลาทำเงินทำทองขนาดไหน มีลูกค้ารีสอร์ทหรู ๆ เอากระติ๊บข้าวเหนียวมาเรียงคิวให้ตักใส่ พวกเราสามคนไม่มีกระติ๊บ ถ้าซื้อก็ต้องแบกกลับมากรุงเทพอีก ในที่สุดก็คิดว่า พระคงไม่เรื่องมาก ข้าวเหนียวใส่ถุง ท่านก็น่าจะรับอยู่นา . . .
ข้าวเหนียวครึ่งกิโลแบ่งเป็นสามถุงค่ะ แต่ละคนก็พยายามหาที่เก็บแบบว่าไม่ให้ลมหนาวยามเช้าพัดเอาความร้อนออกไปหมด ระหว่างที่รอพระพวกเราก็เข้าไปโซ้ยโอวัลตินกับปาท่องโก๋รอ . . .
พี่ที่ร้านบอกว่าหัวมุมถนนฝั่งตรงข้าม มีพระมาบิณฑบาตรวันละ 3 ชุด จาก 3 วัด พูดไม่ทันขาดคำ เราก็เห็นพระท่านเดินมาแต่ไกล ก็เลยคว้าข้าวเหนียววิ่งอ้าวไปรอท่าน
ประสบการณ์ตักบาตรรอบนี้คงไม่ลืมง่าย ๆ เพราะข้าวเหนียวร้อนมาก ปั้นไปมือพองไปแต่ก็ต้องทน พอตักบาตรไปองค์หนึ่ง อีกองค์ก็มายืนรออยู่แล้ว ไม่อยากให้ท่านเสียเวลารอ เราก็ต้องรีบปั้นต่อ มือก็ยิ่งพอเข้าไปใหญ่ รีบจนปั้นก้อนไม่เท่ากัน แถมข้าวเหนียวดันหมดก่อน เณร 2-3 องค์ ที่รั้งท้ายก็เลยอดเลย . . . โชคยังดีที่เพื่อน ๆ ยังเหลือ ไม่งั้นไม่พอเนี่ยแย่แน่
หลังจากตักบาตรเสร็จ กลับไปโซ้ยอาหารที่เหลือ แสงก็เริ่มมาแล้ว พวกเราจึงเดินเก็บภาพอำลาหลวงพระบาง . . .
บริเวณไนท์มาร์เก็ต พระยิ่งเยอะเข้าไปใหญ่ คนใส่บาตรก็อุ้มข้าวเหนียวไปคนละกระติ๊บใหญ่ ตักบาตรจนกว่าจะหมดนั่นแหละค่ะ
รถตุ๊ก ๆ บริเวณตลาด
ยายขายของ
ผักชีต้นหอม มัดสวยเชียว
ต้นดอกไม้ ถวายพระ . . . ถ้าเป็นประเทศเราคงขายพวงมาลัยแทน
ปูตัวเล็ก ๆ นึ่ง มัดเป็นพวงเชียว
ตึกน่ารัก ๆ สีเหลือง . . .
เดินกลับจากตลาดไปสั่งอาหารกล่องที่ร้านอาหารริมแม่น้ำโขง ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวออกมานั่งทานอาหารเช้ากันเพียบเลย
จากนั้นก็กลับที่พัก เตรียมออกเดินทาง . . .
แปดโมงครึ่งรถตุ๊ก ๆ เก่า ๆ คันหนึ่งมารับพวกเรามุ่งหน้าไปที่ท่ารถ หลวงพระบาง - วังเวียง รถที่นั่งไปวันนี้เป็นรถโดยสารประจำทางค่ะ รถตู้ นั่งแค่ 8 คน สบาย ๆ แต่ไม่มีแอร์ ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง ราคาค่าโดยสารคนละ 120,000 กีบ นั่ง ๆ ไปซัก 2 ชั่วโมง อากาศเริ่มร้อน ประกอบกับเส้นทางคดเคี้ยวบนเขา ทำให้เราเริ่มเหงื่อตกและเกือบอ๊วก
กว่าจะถึงที่วังเวียง เล่นเอาหมดแรง
มาถึงท่ารถวังเวียงแล้ว พวกเราก็ซื้อตั๋วไปเวียงจันทร์ก่อนเลย จะได้ไม่ต้องมาอีกรอบ
จากนั้นก็นั่งตุ๊ก ๆ เข้าเมืองวังเวียงค่ะ เสียค่าตุ๊ก ๆ คนละ 10,000 กีบ
แต่ด้วยความที่ไม่ได้จองที่พักมาก่อน (อีกแล้ว) . . . เราก็เลยลองไปที่แรกที่คนในพันธุ์ทิพย์บอกว่าดี "ถาวรสุข" ค่ะ ไปถึงเจอห้องคืนละ 500,000 กีบ (2,000 กว่าบาท) แถมเต็มอีกต่างหาก ถอยค่ะ . . .
ข้าง ๆ ถาวรสุขมีรีสอร์ทดูหน้าตาดีอีกแห่ง แต่ท่าจะแพง อย่างพวกเราต้องกระต๊อบริมน้ำเท่านั้น อิอิ
โชคดีมากค่ะที่แถว ๆ นั้นยังมีบังกะโลชื่อ "สวนธรรมชาติ" หรือชื่อฝรั่งเศสว่า "LE JARDIN ORGANI QUE B.L" มีที่พักให้เลือกหลายแบบทั้งบนตึก บังกะโล ริมน้ำ ไม่ริมน้ำ เพียบ แต่คนละเจ้าของ . . . งงไม๊เนี่ย
. . . คือเค้ามี 3 พี่่น้องไง ก็แต่ละคนก็ทำคนละแบบบนที่ดินผืนเดียวกัน ใช้ชื่อเดียวกันอีกต่างหาก . . . ประหลาดแท้ . . .
ค่าห้องที่นี่มีคั้งแต่ คืนละ 400 - 700 บาทค่ะ คราวนี้พวกเราสามคนได้พักใกล้ ๆ น้ำ ราคาสองคืน รวม 1,100 บาทเท่านั้น ได้ที่พักก็อาบน้ำก่อนแล้วค่ะ ไม่ไหวที่วังเวียงร้อนกว่าหลวงพระบางเยอะเลย จากนั้นก็นอนกลิ้งให้สบายใจ ก่อนสะพายกล้องลงไปลุยแม่น้ำซองค่ะ
น้ำซองไหลผ่านหน้าที่พัก มีวิวแบบนี้ . . .
แม่น้ำจุดนี้เป็นจุดที่ตื้นมาก เราสามารถเดินกันได้ค่ะ คนลาวเองเค้าก็เดินข้ามแม่น้ำช่วงนี้กันเยอะแยะ
เย็น ๆ เด็ก ๆ มาเล่นน้ำกันเพียบ
โพสต์ท่าให้ถ่ายรูปซะด้วย
ถ่ายรูปจนแสงเริ่มหมด พวกเราก็เริ่มออกหากิน . . . เอ๊ย . . . ออกไปหาอะไรทาน พร้อมทั้งไปหาทัวร์สำหรับพรุ่งนี้ด้วย ที่จริงบังกะโลที่พวกเราพักก็มีบริการจองทัวร์ ทัวร์ที่พวกเราหมายตาไว้ก็เป็นทัวร์แบบ Day Trip ค่ะ ไป 2 ถ้ำ + คายัคแม่น้ำซอง ราคา 100,000 กีบต่อคน จองรถประจำทางก็มีนะ แต่เท่าที่ดูแพงกว่าที่พวกเราซื้อมาได้ 10,000 กีบ ก็เลยคิดว่าถ้าไปหาทัวร์ข้างนอกน่าจะถูกว่าน่ะสิ
เดินเข้าเมืองประมาณ 500 เมตร เท่านั้นค่ะ ในที่สุดพวกเราก็หาทัวร์ที่ถูกที่สุดได้ 80,000 กีบ ต่อคน แล้วเลือกทานข้าวเย็นที่ร้านมีบริการทีวี และฝรั่งเยอะแยะ (ไม่เข็ด) ปรากฎว่าอาหารไม่อร่อยและแพงหูดับ หมดไป 175,000 กีบ . . .
20.02.2009
วันนี้ตื่นเช้าชิว ๆ ชอบจริง ๆ แปดโมงครึ่งพวกเราก็เตร็ดเตร่อยู่แถว ๆ บริษัททัวร์แล้ว มากินข้าวเช้ากันก่อน แต่วันนี้ดวงอาหารเช้าไม่ค่อยดี ร้านกาแฟร้านแรก ไม่อร่อย เค็กแข็งโป๊ก เปลี่ยนไปร้านที่สอง เพื่อน ๆ ทานข้าวผัดอร่อยกันหมด เราดันสั่งข้าวเปียก ไม่อร่อยแถมมีแมลงวันซี้แหง๋แก๋อยู่ 1 ตัวอีกต่างหาก
เครียดเลย . . . ที่ร้านเค้าเลยให้ข้าวผัดแถมใส่กล่องมาอีก 1 กล่องแทน . . .
รถออกจากวังเวียงประมาณเก้าโมงครึ่งค่ะ มุ่งหน้าออกไปยังหมู่บ้านเล็ก ๆ ห่างจากวังเวียง 18 กิโลเมตร
ที่นี่ชาวบ้านจะมีรายได้จากการเก็บเงินนักท่องเที่ยวคนละ 5,000 กีบ ในการเข้าชมถ้ำช้าง และ ถ้ำน้ำ ซึ่งตรงนี้รวมอยู่ในค่าทัวร์แล้วค่ะ
ระหว่างรอพี่ไกด์ขนเสบียง พวกเราก็ดูเด็กแก้ผ้าเล่นน้ำไปพลาง ๆ ก่อน
ที่หมายแรก ถ้ำช้างค่ะ เป็นถ้ำเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน มีเพียงพระพุทธรูปปูนปั้นอยู่ 2 องค์
พระพุทธบาทด้วย
แต่ไฮไลท์ที่นี่เป็น หินงอกหินย้อยที่เป็นรูปช้างค่ะ
เหมือนมาก . . .
จากนั้นก็เดินผ่านหมู่บ้าน ผ่านทุ่งนาแห้ง ๆ เพราะไม่ใช่ฤดูทำนา ประมาณ 20 - 30 นาที ไปที่ถ้ำน้ำค่ะ
หน้าตาแบบนี้น้ำใสแจ๋ว
ถ้ำน้ำ เป็นถ้ำเล็ก ๆ ที่เราจะต้องใส่อุปกรณ์ ไฟฉายที่ศรีษะ แล้วนั่งบนห่วงยาง (Tubing) ไต่เชือกเข้าไป บางช่วงก็ต้องลงเดินเพราะน้ำตื้นมาก ดังนั้นควรใส่รองเท้า (อีแตะ) เข้าไป เวลาไม่มีเชือกเราก็ต้องเอามือพายเอง ช่วงพายเนี่ยถ้าถอดอีแตะออกมาช่วยพายก็จะทุ่นแรงดีค่ะ อิอิ
ตอนเข้าไปก็สนุกดี ออกมาจากถ้ำก็เหนื่อยแฮ่กเหมือนกัน บาร์บีคิวสองไม้ ข้าวผัด 1 กล่อง ลงท้องไปอย่างไม่อิดออด
จากนั้นพวกเราก็นั่งรถไปจุดลงเรือคายัคค่ะ ปกติถ้าเป็นหน้าน้ำจะสามารถพายคายัคจากบริเวณหมู่บ้านได้เลยเพราะน้ำจะลึก แต่ตอนนี้น้ำน้อยเรือลงไม่ได้ เราจึงต้องไปลงเรือที่ผาตั้ง
ก่อนขึ้นพี่ไกด์จะแนะนำสำหรับคนไม่เค้ย ไม่เคยพายว่าต้องทำอย่างไร ถ้าเรือติดให้ทำอย่างไร ส่วนใหญ่ก็ให้รอไกด์นั่นแหละค่ะ เพื่อกันอุปกรณ์เสีย พวกเราสามคนก็เลยกันเหนียว ไปกะพี่ไกด์ละกัน
หัดไปด้วย
พายสบาย ๆ ค่ะ ดูควายอาบน้ำไปพลาง ดูชาวบ้านจับปลาไปพลาง . . .
จริง ๆ ก็มีจุดยากอยู่สองสามจุดค่ะ อย่างโค้ง S หรือ ช่วงที่เป็นแก่งหรือโขดหินเยอะ ก็ต้องฟังพี่ไกด์ว่าไปทางซ้ายหรือขวา เพราะเค้าชำนาญเส้นทาง ถ้าพายไม่ดีเรือก็จะติดหรือคว่ำ แต่ไม่อันตรายเท่าไหร่เพราะน้ำไม่ลึก
เรือล่องมาเรื่อย ๆ จนถึงครึ่งทาง พวกเราก็จะถึงจุดแวะพักบริเวณถ้ำลมค่ะ ต้องบอกว่าเหมือนมาอยู่อีกโลก ความสงบสุขหายไปหมด เหลือแต่เพียง ฝรั่งขี้เมา เสียงเพลงกระหึ่ม แล้วก็คนโดดน้ำตูม ๆ มาเมามัน
ต้องบอกว่าบาร์ริมน้ำไม่ได้มีที่นี่ที่เดียว แต่มีเป็นสิบ ๆ ที่ เรียงรายติด ๆ กัน ไกด์จะให้เราลง สามารถซื้อเบียร์ดื่มได้ กระโดดน้ำได้ และจากจุดนี้เราสามารถเลือกจะไปบาร์ต่ออีก 2-3 ที่ หรือว่าจะคายัคกลับไปที่วังเวียง
พวกเราได้แต่นั่งนิ่งด้วยความอึ้ง พร้อมด้วยฝรั่งที่เป็นผู้ใหญ่ ๆ หน่อย มีแค่วัยรุ่นในกลุ่ม 2 - 3 ที่ไปกระโดดน้ำ และอีก 3-4 คนที่ตัดสินใจอยู่ต่อ ที่เหลือกลับวังเวียง . . .
เด็กพายเรือแข่งกัน ท่ามกลางเสียงอึกทึกของบาร์ขี้เมาทั้งหลาย . . .
บาร์ที่อยู่ท้าย ๆ กลับดูเงียบเหงานิด ๆ มีแค่เสียงเพลงดังแว่ว ๆ มา กับกลุ่มนั่งห่วงยาง (Tubing) กันไป ดื่มกันไป ก็ดูชิว ๆ ดี
จากจุดนี้ใช้เวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ไม่มีจุดยากแล้วค่ะ สุดท้ายพวกเราก็ไปขึ้นเรือที่ท่าถาวรสุข ใกล้ที่พักเลย สบายแฮ . . . ตัวเริ่มแห้ง พวกเราก็คว้ากล้องออกไปเดินเล่นริมแม่น้ำ แต่พอออกมาจากห้องเจอเด็ก ๆ เค้าสอยลูกอะไรซักอย่างกันใหญ่
พี่อาร์มก็เลยไปช่วยเค้าสอยด้วย แบบว่าจะเอามากินด้วยไงลอง ๆ
ไอ้ลูกที่ว่าเนี่ย หน้าตาอย่างนี้ เรียกว่า "หมากน้ำนม"
บิออกมาแบบนี้แล้ว กินส่วนขาว ๆ ด้านใน ถ้ากินใกล้ๆ เปลือก ยางจะเยอะและฝาด ๆ นิดหน่อย
ต้องบอกว่ารสชาติหวาน ๆ นิด ๆ อร่อยมากเลย เขมือบไปคนละ 2 ลูก อิอิ . . .
จากนั้นก็ข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งเพือเดินเล่นค่ะ
ช่วงเย็นมีทั้งชาวบ้านมาล้างรถ อาบน้ำ รูปนี้พ่อพาลูกมาอาบน้ำที่แม่น้ำ แล้วกระเตงกลับแล้วเนี่ย
เดินเรื่อย ๆ มาถึงสะพานไม้เล็ก ๆ ข้ามแม่น้ำ ตรง The Otherside Resort ก็กระต๊อบที่เรียงรายอยู่ฟากนู่นนั่นแหละค่ะ เป็นที่พักถูกแนะนำในพันธุ์ทิพย์เหมือนกัน ราคาห้องละประมาณ 400 บาทต่อคืน ใกล้เคียงกับที่ไปพักเลย
น้องเล่นน้ำอยู่แถวสะพาน
ส่วนเด็ก ๆ กลุ่มนี้ชอบมาก พายเรือไป ออกเสียงไป เป็นทีมเวิร์กเลย
ลุง-ป้า เกาหลี พาเรือคายัคผ่านมา . . .
พระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาไปแล้ว แต่ยังส่องแสงอาบไล้ท้องฟ้าเป็นส้ม . . .
ชีวิตอีกฝั่งน้ำ เริ่มคึกคักด้วยแสงไฟสว่างไสวจากรีสอร์ทไฮโซต่าง ๆ
อาบน้ำอาบท่าแล้วออกไปทานข้าวเย็น หมดไปอีก 105,000 กีบ เดินเล่นซื้อโปสการ์ดในเมืองนิดหน่อย แล้วกลับที่พักเก็บของนอน . . .
พรุ่งนี้แล้วสินะ ที่เราต้องเดินทางกันต่อ . . .
ข้อมูลเดินทาง
- ค่ารถ Minivan หลวงพระบาง - วังเวียง ที่ละ 120,000 กีบ
- ตุ๊ก ๆ จากท่ารถเข้าวังเวียง 10,000 กีบ/คน
- ที่พักวังเวียง LE JARDIN ORGANI QUE B.L. (สวนธรรมชาติบังกะโล) สองคืน 1,100 บาท /สามคน
- Day Trip ถ้ำช้าง ถ้ำน้ำ + คายัค ล่องแม่น้ำซอง กระโดดน้ำ 80,000 กีบ / คน
- อาหารเย็น 2 คืน 175,000 + 105,000 = 280,000 กีบ
- น้ำเปล่าขวดกลาง ขวดละ 6,000 กีบ
Fein ^^
PS. ขอบคุณพี่อาร์มและนิวสำหรับรูปนะจ๊ะ
edit @ 15 Mar 2009 11:04:57 by Fein
ชอบรูปต้นหอมผักชีจัง

#1 By n h e p h e x on 2009-03-15 07:08