18.02.2009

วันนี้ตื่นเช้าเพื่อไปตลาด ประมาณหกโมงครึ่งค่ะ พวกเรามีภารกิจสำคัญ สำรวจที่ขายข้าวเหนียว . . . เพราะถ้ามาหลวงพระบาง ไม่ตักบาตรข้าวเหนียว ก็ถือว่ายังมาไม่ถึงใช่ไม๊คะ 

ออกมาจากบ้านก็เจอชาวบ้านตักบาตรเลย ส่วนใหญ่เค้าจะห่มสไบแล้วก็มีกระติ๊บใส่ข้าวเหนียวค่ะ จากที่สังเกตผู้ตักบาตรจะต้องถอดรองเท้า เอามือปั้นข้าวเหนียวแล้วใส่บาตรให้พระทีละองค์ องค์ละก้อน ซึ่งพระจะมาเป็นชุด ๆ ค่ะ จากวัดนึงก็อาจจะมี 6-10 คน หรือมากกว่าแล้วแต่ว่าวัดไหนพระเยอะ จุดที่เราตักบาตรก็อาจจะเป็นทางผ่านของพระจากหลายวัดก็ได้ ตักรอบแรกเสร็จ รอซักแป๊บ ก็อาจจะมีชุดสอง อันนี้ก็ต้องแล้วแต่จุดด้วยนะ ทางที่ดีไปสำรวจก่อนก็ดีค่ะ

 

ระหว่างทางที่เดินไปตลาด ก็สังเกตเห็นร้านขายกาแฟ อาหารเช้า เปิดแล้ว . . . แต่ดูไฮโซ ไม่กินดีกว่า . . . ตลาดโลด . . . ด 

 

เจอเป้าหมายแรกค่ะ น้ำเต้าหู้ ซื้อไปคนละถุง . . . อร่อยใช้ได้ กำลังร้อน ๆ แต่ลืมบอกเค้าว่า หวานน้อย ^^"

 

ระหว่างที่เดินผ่านตลาด พวกเราก็ค้นพบร้านกาแฟแบบนี้ มีทั้งปาท่องโก๋ กาแฟ ชา โอวันติน และ โอวันตินผสมกาแฟ ร้านนี้ต้องบอกว่าลูกค้าแทบทั้งหมดจะเป็นคนไทย หรือไม่ก็คนลาวค่ะ ฝรั่งเนี่ยแทบไม่เห็นเลย

อิ่มหมีพีมัน ก็เดินสำรวจตลาดเล่น ๆ แล้วกลับที่พัก เตรียมตัวเดินทางขึ้นเรือไปเที่ยวค่ะ

บัตเก็ต ขนมปังแบบที่ให้ฝรั่งกิน แต่เราก็กินได้นะ ^^

 

 

กล้วยน้ำว้า . . . ซื้อไปหวีนึง ไว้กินระหว่างทางเผื่อหิว

 

 หมากแห้ง เค้าเสียบไม้แล้วมัดเป็นกำ ๆ เป็น Packaging ที่สวยดี ชอบ ๆ

 

เจอร้านขายข้าวเหนียวแล้ว มีทั้งข้าวเหนียวขาว และข้าวเหนียวดำค่ะ 

 

ส่วนอันนี้ ลืมชื่อไปแล้ว ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น แหนมข้าว หรือข้าวแหนม อ่ะค่ะ (ใครรู้ช่วยบอกด้วยนะคะ)  เอาแป้งข้าวเจ้ามาทำเป็นแผ่น ยัดไส้ด้วยหมูผัดกับเครื่อง หั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วทานกับน้ำจิ้มค่ะ ทีแรกพวกเราก็ไม่ทราบหรอกว่าคืออะไร แต่พอดีมีพี่ๆ คนไทยเค้านั่งทานอยู่ เค้าก็บอกว่าอร่อยมากนะ เค้ามาทีไรทานทุกที

 

แต่ด้วยความที่อิ่มปาท่องโก๋ พวกเราก็เลยซื้อกลับไปเป็นเสบียงบนเรือค่ะ

 

กลับมาที่พักอีกครั้ง แล้วออกจากบ้านตอน 8.30 น. เพื่อไปขึ้นเรือเที่ยวถ้ำติ่ง หรือที่เรียกว่า ถ้ำปากอู และหมู่บ้านผลิตเหล้าค่ะ และตอนบ่ายพวกเราก็มีโปรแกรมไปน้ำตกกวางสีด้วย รวมทั้งทริป 340,000 กีบ 3 คน ซึ่งน้องที่ Guesthouse (น้องแล่) เป็นคนจัดการให้ค่ะ ^^

จริง ๆ ถ้าเราอยากจะจัดการทริปเองก็ได้ค่ะ ต้องเดินไปซื้อตั๋วที่ท่าเรือเอง ไปถ้ำปากอู คนละ 50,000 กีบ ส่วนค่ารถไปน้ำตกน่าจะอยู่ราคาใกล้ ๆ กัน ให้ค่าวิ่งน้องเค้าหน่อย 40,000 กีบ

เรือที่ไปถ้ำ จะให้นั่งลำละ 6 คน เท่านั้นค่ะ เรียกตามหมายเลขบนตั๋ว ทริปนี้นอกจากพวกเราสามคน ก็มีคู่รักจากสิงคโปร์ 1 คู่ และสาวจากเยอรมันอีก 1 คน ค่ะ

 

จากหลวงพระบางไปถ้ำติ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเรือ (ประมาณ 25 กม. จากหลวงพระบาง) ถ้ำติ่งอยู่ตรงบริเวณที่แม่น้ำอู วิ่งมาบรรจบกับแม่น้ำโขงพอดี ทำให้มันมีอีกชื่อหนึ่งว่า ถ้ำปากอู ค่ะ

 

ถึงแล้ว เรือท่องเที่ยวเพียบ

เห็นสายน้ำที่เป็นสีเขียว ๆ ไม๊คะ นั่นเป็นน้ำที่ออกมาจากปากน้ำเล็ก ๆ ด้านซ้ายมือของภาพ ตรงนั้นแหละค่ะเค้าเรียกปากอู อยู่ตรงข้ามกับถ้ำติ่งเลย

 

พวกเราต้องเดินข้ามสะพานไม้ไผ่สานลอยน้ำ เวลาคนเดินเยอะ ๆ โยกเยกดี ต้องคอยทรงตัวดี ๆ นะคะ

 

ปีนขึ้นมา จ่ายตังค์อีก 20,000 กีบ เป็นค่าเข้าชม

 

ที่นี่จะมีถ้ำสองที่ ด้านบน กับด้านล่าง ตัดสินใจขึ้นข้างบนก่อน ระหว่างทางขึ้นมีน้อง ๆ มาขายนกเต็มเลย เหมือนให้ทำบุญปล่อยนก แต่ไม่ซื้อหรอก ไม่อยากสนับสนุน ถึงจะสงสารมันก็เหอะ

 

ถ้ำด้านบนมืดมาก ๆ แทบไม่เห็นอะไร จริง ๆ มีพระประธานอยู่ด้านในนะ แต่มองไม่เห็นจริง ๆ 

 

ต้องถ่ายออกมาด้านนอก ถึงจะเห็นสภาพถ้ำบ้าง

 

บางมุมจะมีพระพุทธรูปเล็ก ๆ ตั้งเรียงราย เนื่องจากมีคนเอามาถวายในถ้ำค่ะ

 

ส่วนอันนี้ เป็นที่รดน้ำพระค่ะ จริง ๆ มีทุกวัดเลยนะคะ แต่ไม่ได้ถ่ายมา

ช่วงปีใหม่ ชาวลาวเค้าจะสรงน้ำพระโดยตักน้ำลงไปที่ปลายข้างหนึ่ง จากนั้น น้ำก็จะไหลไปตามรางแล้วตกลงไปในส่วนที่อยู่ขวามือของรูป (ไม่รู้เรียกว่าอะไรเหมือนกัน) ซึ่งโดยทั่วไปจะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ข้างในค่ะ

 

ผนังยังมีรูปลงทอง เป็นพระพุทธรูปจาง ๆ 

 

มีให้ดูแค่นี้แหละ ไม่มีอะไรให้ดูจริง ๆ ไปดีกว่า ^^"  ปล. ประตูใหญ่มาก

 

จากนั้นเราก็ลงมาที่ถ้ำเล็กค่ะ ที่นี่ก็ไม่มีอะไรอีกนั่นแหละ นอกจากจะเป็นที่ที่มีพระพุทธรูปเยอะแยะมากมาย องค์เล็กองค์น้อยซะเป็นส่วนมากค่ะ ปัจจุบันก็มีถึง 4,000 กว่าองค์แล้ว

 

ที่จริงถ้ำนี้ก็มีประวัติค่อนข้างยาวนานเลยค่ะ ตั้งแต่สมัยชาวลาวยังไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ ถ้ำก็เป็นที่สักการะผี หลังจากเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ ในศตวรรษที่ 16 ในทุก ๆ ปี กษัตริย์ลาวและประชาชนชาวหลวงพระบางจะเดินทางมาแสวงบุญที่ถ้ำในช่วงปีใหม่

 

พระพุทธรูปจากผู้แสวงบุญทั้งหลาย ก็จะถูกนำมาไว้ที่นี่ มีทั้งที่แกะสลักจากไม้ ทำจากยางต้นไม้ แกะสลักจากเขาสัตว์ หรือทำจากบรอนซ์ และก็มีหลายปางมากค่ะ เท่าที่อ่านประวัติจากในถ้ำ "ปางเรียกฝน" ยังมีเลย เป็นปางที่ยืนแล้วมือชี้ไปข้างล่างอ่ะค่ะ แต่หาไม่เจอ จะได้ถ่ายรูปมากฝาก

 

ดูจนไม่มีอะไรดู ที่จริงก็คิดไว้อยู่แล้วว่าคงไม่มีอะไรให้ดูมาก และต้องนั่งเรือมาไกล แต่มาเพื่อให้เห็น และได้ชื่อว่า มาแล้วนะจ๊ะ

จากนั้นเราก็นั่งเรืออีกประมาณ 15 นาที วกกลับไปทางเดิม เพื่อไปเยือนหมู่บ้านทำเหล้าค่ะ

 

ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ที่นี่จะสาธิตวิธีการทำเหล้าให้เราดู ทั้งหมดเป็นเหล้าที่ทำจากข้าวเหนียวหมัก ถ้าแบบไม่กรองก็จะสีขุ่น ถ้าแบบใสก็คือเหล้าขาวเรานั่นแหละ สีจะใสค่ะ ส่วนสีแดงก็จะเป็นเหล้าทำจากข้าวเหนียวแดง แอบชิมอย่างละกระจึ๋ง เค้าให้ชิมฟรี

 

นอกจากนี้ยังมีสารพัดสัตว์ดองเหล้าค่ะ อย่างพวกงู และตุ๊กแก สำหรับผู้ชาย ดื่มเพื่อให้กระชุ่มกระชวย ส่วนแมงป่องดอง ใช้เป็นสรรพคุณทางยานิดนึง ใช้ลดอาการบวม  . . . แผ่แม่เบี้ยขนาดนี้ ไม่กล้ากินหรอก