ลาว (2) : ไหว้พระ หลวงพะบาง
posted on 05 Mar 2009 11:31 by fein in Travel-Others17.02.2009
ตื่นเช้าอย่างชิว ๆ เป็นวันแรก ที่เกสต์เฮ้าท์มีบริการกาแฟสด ชา และกล้วยน้ำว้า เป็นอาหารเช้า จริงๆ ก็ไม่เชิงว่าเป็นอาหารเช้านะ เค้าตั้งให้ทั้งวันนั่นแหละค่ะ จะมาดื่ม มากิน ตอนไหนก็ได้ทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีบริการน้ำดื่มเย็น ๆ ด้วย พวกเราก็หม่ำอาหารเช้าฟรี แล้วก็เติมน้ำดื่มในขวด (ก็จะได้ไม่ต้องซื้อไง)
จากนั้นเราก็ไปเอาจักรยานเช่า ต้องบอกว่าความจริงฝ้ายเป็นคนที่ปั่นจักรยานได้ห่วยมาก ปั่นไม่แข็ง แต่ในเมื่อทุกคนลงมติปั่น เราก็ต้องปั่น ห้ามเรื่องมาก +555 ได้จักรยานมาคนแรก ก็ลองหัดปั่นอยู่ 15 นาที แล้วก็ไปเลย แต่เพื่อน ๆ ก็ใจดีนะ รอตลอด หุหุ
เริ่มจากปั่นไปแบงค์ บริเวณ Night Market เพื่อไปแลกเงินค่ะ
จากนั้นก็เริ่มปั่นไปที่แรกคือวัด เชียงทอง ระหว่างปั่นไปก็จะเจอวัดเล็ก ๆ เยอะแยะเลยค่ะ มีอยู่วัดนึง พระ เณร กำลังตีกลองกันอยู่ ก็เลยเข้าไปดู ปรากฎว่าเค้ากำลังทำกลองค่ะ จึงต้องตีอยู่อย่างนี้ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน ไม่มีคนให้ถามเลย ^^" แต่ที่รู้ว่าทำกลอง เพราะมีป้ายบริจาคอยู่ข้างหน้า เค้าเขียนบอกไว้ค่ะ
ข้างหน้าวัดมีกระดาษสามาตากไว้ด้วย
แต่ภายในวัดไม่มีอะไรเป็นพิเศษ พวกเราก็ปั่นต่อไปยังจุดหมายแรก (ที่ยังไม่ถึงซักที)
ในที่สุดวัดเชียงทอง (Xieng Thong) ก็อยู่ตรงหน้าแล้วค่ะ
แดดจ้ามาก แต่ทำมัยถ่ายมามืด ๆ ก็ไม่รู้แฮะ
ซื้อตั๋วเข้าชมคนละ 20,000 กีบ ค่ะ ที่ตั๋วน่าจะเขียนว่า บัตรเข้าชม มั๊ง . . . เดา ๆ เอา แหะ ๆ
วัดเชียงทอง เป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในหลวงพระบางค่ะ สร้างโดย King Setthathirath (ไม่รู้ว่า เศรษฐาธิราช หรือ เชษฐาธิราช กันแน่) ตั้งอยู่ริมน้ำแม่โขง
สถาปัตยกรรมตามแบบหลวงพระบาง ก็คือหลังคาที่ไล่ระดับลงมาจนเกือบถึงพื้น ซึ่งเป็นแบบเดียวกับวัดล้านนาของไทย
ด้านหลังอุโบสถ จะเป็นโมเสก รูปต้นไม้ที่เรียกว่า Tree of Life หรือต้นไม้แห่งชีวิตค่ะ
ประตูทางเข้าอุโบสถ สีทองอร่าม . . .
ไหว้พระกันเถอะ "ขอให้ลูกอย่าหัวทิ่มกับจักรยานวันนี้เลยเพี้ยง !!"
ภายในมีภาพลงทองแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนา กว่า 2,000 เรื่องราว
อุโบสถเล็ก ๆ สีชมพู
ชาวลาวนิยมนำข้าวเหนียวปั้นเ็ป็นก้อน ๆ มาถวายพระหน้าอุโบสถแบบนี้แหละค่ะ
นอกจาก พระอุโบสถแล้ว ที่วัดเชียงทองยังมี อุโบสถที่ใช้เก็บราชรถ สำหรับใช้ในงานศพหลวงด้วยค่ะ ราชรถดูสวย แต่ไม่กล้าถ่าย กลัวง่ะ
ก็เลยถ่ายหน้าประตูมาแทน
ออกจากวัดเชียงทอง พวกเราก็ั่ปั่นจักรยานไปตามแม่น้ำคานค่ะ เป็นแม่น้ำสายเล็ก ที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ตรงใกล้ ๆ วัดเชียงทอง นี่เอง
บรรยากาศดีมาก ๆ ค่ะ แต่ตอนนี้เกือบสิบเอ็ดโมงแล้ว อากาศค่อนข้างอบอ้าวพอสมควร
ที่นี่เค้ามีข้าวตังด้วยนะ ทำจากข้าวเหนียว ตากเรียงรายหลายจุดเลยค่ะ ระหว่างทางที่ปั่นจักรยาน
บ้านเรือนเก่า ๆ ริมน้ำคาน
โรงแรมที่คุณ to-see-the-world เคยพัก ผ่านเหมือนกัน
ที่พักไฮโซ ๆ ส่วนใหญ่ราคาประมาณ 30 US Dollar
ร้านอาหารริมน้ำคาน บรรยากาศน่านั่งมาก ๆ
ชายสี่บะหมี่เกี้ยว ก็ยังมีให้กินที่นี่
สะพานเล็ก ๆ ข้ามน้ำคาน
ชมวิวจนเหนื่อย ในที่สุดเราก็ถึงจุดหมายที่สองค่ะ วัดวิสูน (Visoun) วัดเก่าแก่ที่สุดในหลวงพระบาง สร้างในปี ค.ศ. 1515 และปฏิสังขรณ์ในปี 1998 ค่ะ
หน้าต่างของพระอุโบสถ ที่ไม่ได้เข้า . . .
นอกจากภายในอุโบสถที่เก็บตังค์ค่าเข้า 20,000 กีบ แล้ว เราก็จะเห็นพระธาตุหมากโม (หมากโม=แตงโม) ที่สร้างโดยพระมเหสีของกษัตริย์วิสูนนรัฐ (Visounarath) ไม่รู้เรียกถูกหรือเปล่านะคะ ถ้าไม่ถูกก็อ้างอิงภาษาอังกฤษไปละกัน
ข้าง ๆ ยังมีวัดเล็ก ๆ ชื่อวัดอาฮาม (Aham) วัดที่นี่ส่วนใหญ่อยู่ติด ๆ กัน สามารถเดินทะลุประตูวัดนึงไปยังอีกวัดหนึ่งได้ทุกที่เลย รูปข้างล่างเป็นประตูเชื่อมระหว่างวัดวิสูน กับวัดอาฮามค่ะ
ออกจากวัดวิสูน เราก็หาข้าวกินแล้วค่ะ กลับไปกินแถว ๆ ถิ่นเก่า ร้านก๋วยเตี๋ยวของคนลาว แถว ๆ ไนท์มาเก็ต มีสองเมนูให้เลือกนะคะ ข้าวเปียก กับข้าวซอย ให้เลือกระหว่างเนื้อ กับ หมูค่ะ
เราสามคนสั่งข้าวเปียกหมูเหมือนกันหมด ข้าวเปียกเป็นเส้นที่คลุกแป้งแล้วเอาไปลวก อร่อยดีนะ ให้ผักเยอะมาก เป็นผักน้ำ ใส่ไปในน้ำซุป ก็อร่อยดีเหมือนกัน ส่วนข้าวซอยก็คือเส้นก๋วยเตี๋ยวเรานั่นแหละค่ะ
ราคาข้าวเปียกชามละ 10,000 กีบค่ะ
จากนั้นก็ปั่นไปวัดใกล้ ๆ ชื่อวัด Hoxieng (ช่วยบอกหน่อยเถอะควรจะอ่านว่าอะไร
โฮเชียง ดีม่ะ) และวัดติด ๆ กัน วัดพระมหาธาตุ
แดดร้อนสุด ๆ ค่ะ
ต้นดอกไม้มีอยู่ทุกที่
เณรวัดพระมหาธาตุ
ออกจากวัดนี้เราก็มีเป้าหมายที่วัดไกลสุดกู่ (หาเรื่องปั่น) ชื่อวัดธาตุหลวง ซึ่งจริง ๆ แทบไม่มีอะไรเลย มีอุโบสถ และพระธาตุ เหมือนเดิม . . .
ปั่นยังไม่ถึงก็เห็นแม่ค้าขายของข้างทาง แวะซื้อซะหน่อย เป็นผักหอมห่อใส้
ออกเค็ม ๆ มีขนมจีนผสมด้วย อร่อยดี ส่วนอีกจานเป็นใบเมี่ยง หรือผักกาด
ห่อใส้เหมือนกัน แต่เป็นแบบถั่ว ๆ หน่อย โอ้วว . . . เพื่อนช้าานน . . .
ปั่นจักรยานครึ่งวัน สีผิวเริ่มเปลี่ยน
บอกแล้วเหมือนเดิม มีพระธาตุ
ไหว้พระ . . . วัดนี้ไม่มีคนเลยค่ะ มีแต่คนเฝ้า เราก็ยังต้องจ่ายค่าเข้าอยู่ดี 10,000 กีบ จากนั้นก็นั่งพักในนี้แหละ ในพระอุโบสถเย็นดีนะ
จากนั้นก็ปั่นกลับมาแถวไนต์มาเก็ตอีก มาที่วัดสุดท้ายที่เราจะปั่นจักรยานไปแล้วค่ะ วัดใหม่
เป็นวัดใจกลางเมือง นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ เก็บค่าตั๋วถูกหน่อย 10,000 กีบ วัดนี้ถูกเรียกว่าวัดใหม่เพราะพระประธานที่ประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ ถวายโดยกษัตริย์สองพระองค์ พระประธานองค์ที่ใหม่กว่า จะใหญ่กว่า และอยู่ด้านหน้า เค้าก็เรียกว่าพระใหม่ค่ะ (อันนี้ป้าขายตั๋วเล่าให้ฟังนะเนี่ย
)
ถ่ายด้านหลังให้ดูว่ามีพระประธานสององค์จริง ๆ องค์ที่ห่มผ้าเหลืองเป็นองค์เก่าค่ะ ด้านหน้ายังมีองค์ใหญ่อีกองค์
นอกจากจะมีพระประธานสององค์แล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกตด้วยค่ะ
เค้าบอกว่า พระแก้วมรกตในประเทศไทย ก็ได้มาจากลาวนี่แหละค่ะ
ด้านหน้าอุโบสถ ประกอบไปด้วยเรื่องราวในพระเวชสันดรชาดก เป็นรูปนูนต่ำสีทอง
ป้าขายตั๋ว กำลังทำ ต้นดอกไม้สำหรับถวายพระค่ะ
ให้พวกเรามาถวายพระอันนึงด้วย ^^ ใจดีจัง (แอบจิ๊กรูปมาจากกล้องเพื่อนนิว เดี๋ยวจะหาว่าไม่มีรูปตัวเอง
)
ออกจากที่นี่เราก็เอาจักรยานไปคืนแล้วค่ะ ไปจัดการเรื่องทัวร์ที่จะไปพรุ่งนี้ แล้วก็แอบเอกเขนกทีบ้าน (เกสต์เฮ้าท์ เป็นบ้านเราไปแระ) เพราะโปรแกรมสุดท้ายเย็นนี้ก็คือปีนขึ้นพระธาตุพูศรี ซึ่งไม่กล้าจอดจักรยานไว้ กลัวหายอ่าาา . . . แต่ปกติเค้าให้คืนก่อน 1 ทุ่มนะ
ประมาณห้าโมงครึ่ง พวกเราก็ขุดตัวเองขึ้นมาปีนกระได . . .
ปีนอย่างเหนื่อย ตั้ง 328 ขั้น ดันโดนเก็บตังค์อีก 20,000 กีบ
ทางขึ้นพระธาตุ อยู่ตรงกับทางเข้าพิพิธภัณฑ์เมืองหลวงพระบางเลยค่ะ วันนี้ไม่ได้เข้าเพราะว่ามันปิด
. . . เล่าหน่อยละกันเนอะ ถึงจะปิดก็เหอะ . . . เดิมเป็นพระราชวัง ปัจจุบันเป็นที่เก็บพระเก่า ๆ สมัยศตวรรษที่ 15 และ 16 และของเก่า ๆ อีกมากมาย ค่าเข้าคนละ 30,000 กีบค่ะ
ได้แต่มองจากที่ไกล ๆ ใครจะไปรู้ว่าปิดทุกวันอังคารอ่ะ . . .
วันอื่น ๆ เปิด 8.00 - 14.00 น. ค่ะ พรุ่งนี้เปิดแต่มีโปรแกรมออกไปนอกเมืองแล้ว คิดว่าคงไม่ได้เข้าแล้วล่ะ เซ็ง . . .
เดินต่อดีกว่า . . .
พระธาตุพูศรี ตั้งอยู่บนเขาค่ะ จุดตรงนี้สามารถมองวิวเมืองหลวงพระบางได้ 360 องศาเลยทีเดียว แต่ขอบอกว่าคนเยอะมาก จนแทบไม่มีที่ยืน นักท่องเที่ยวหลายคนแบกกล้องขึ้นมาจะถ่ายรูปวิวพระอาทิตย์ตกน้ำโขง แต่อีกนั่นแหละ วิวไม่ชัดเพราะต้นไม้บังซะเยอะ ขึ้นมาช้าก็ไม่มีมุมจะถ่ายแล้วค่ะ
เก็บมารูปนึง แต่มองไม่เห็นเงาพระอาทิตย์ในน้ำเลย ขอบอกว่าไปถ่ายริมน้ำโขงตรงแถว ๆ ท่าเรือสวยกว่าตั้งเยอะ
ปีนมาให้เหนื่อยนะเนี่ย
เมืองหลวงพระบางยามเย็น
ลงมาก็เห็นน้องๆ วัยรุ่น เค้ามาถวายต้นดอกไม้กัน ถ่ายน้อง น้องก็หันหน้าหนี . . . พี่ถ่ายต้นดอกไม้ก็ได้ (วะ) เหอะๆ
พอลงมาถึงล่างสุด ก็เห็นไนท์มาร์เก็ตเปิดทำการแล้วค่ะ มีคนไทยกำลังต่อของใหญ่เลย
ท้องร้องจ๊อก ๆ แล้ว มุ่งหน้าไปจุดหมายที่เล็งไว้เมื่อวาน
ตลาดขายกับข้าวในซอยเล็ก ๆ ใกล้ ๆ กับการท่องเที่ยวหลวงพระบาง ตรงไนท์มาร์เก็ตนั่นแหละค่ะ ตรงนี้จะเป็นจุดขายอาหารให้ชาวหลวงพระบางแท้ๆ ไม่ใช่ร้านหรู ๆ ขายฝรั่งอย่างเมื่อคืน
อนุเคราะห์รูปโดยเพื่อนนิว . . . (ตามเคย
)
ส้มตำลาวแซ่บหลาย ไก่ย่างก็อร่อย ข้าวปั้นร้อน ๆ ส่วนที่ไม่เข้าตากรรมการก็คือ ไส้อั่ว (มันโคตร) น้ำพริกผัก (ผงชูรสเยอะโคตร ๆ) ต้มปลา (ก้างเพียบ) ปอเปี้ยะผัก (จืด) กินไปเยอะมาก เยอะกว่าเมื่อวานเกือบเท่าตัว ^^" แต่วันนีจ่ายค่าเสียหายไป 95,000 กีบ เท่านั้นเอง . . .
อิ่มแล้วเดินอาด ๆ ซื้อเสื้อ และของฝากบรรดาสมาชิกที่บ้าน จากนั้นก็กลับที่พักนอนค่ะ . . .
พรุ่งนี้เตรียมไปเที่ยวถ้ำและน้ำตกกันต่อ
ข้อมูลเดินทาง
- จักรยาน 80 บาท / คน
- ค่าเข้าชมวัดเชียงทอง 20,000 กีบ/คน
- ค่าเข้าชมอุโบสถวัดวิสูน 20,000 กีบ/คน (แต่ไม่ได้เข้าหรอกค่ะ แค่เดินรอบๆ)
- ข้าวเปียก 10,000 กีบ/ถ้วย
- ค่าเข้าชมวัดพระธาตุหลวง 10,000 กีบ/คน
- ค่าชมวัดใหม่ 10,000 กีบ/คน
- ค่าขึ้นพระธาตุพูศรี 20,000 กีบ/คน
- ข้าวเย็นในตลาด 95,000 กีบ/ 3 คน
Fein^^
edit @ 8 Mar 2009 12:48:00 by Fein

งานสถาปัตยกรรมของเขามีเสน่ห์นะ...
น่าไปชม
#1 By O ช้างต้น on 2009-03-08 12:50