ลาว (1) : สายน้ำและสายน้ำ
posted on 04 Mar 2009 21:32 by fein in Travel-Others.
.
ไปเที่ยวลาวมา 7 วัน รอบนี้คงเขียนเยอะหน่อยนะคะ เพราะหิ้วกระเป๋าขึ้นรถไปกันเอง ไม่ได้ไปทัวร์เหมือนคราวก่อน ๆ เป็นการ Backpack ครั้งแรกตั้งแต่กลับมาจากเยอรมัน รสชาติเอเชียมันก็ให้อะไรแปลก ๆ มันส์ ๆ ดีเหมือนกัน หุหุ . . .
.
.
14.02.2009
วันวาเลนไทน์ ปีแรก สำหรับคู่แต่งงานใหม่ ไม่มีดอกไม้
ไม่มีดินเนอร์โรแมนติก แต่มีอาหารเที่ยง และคำอนุญาตให้ไป Backpack
กะเพื่อนได้ . . . เป็นสามีที่น่ารักจริง ๆ นะเนี่ย
เย็นของวันวาเลนไทน์ นักเดินทาง 3 ชีวิตนัดพบกันที่สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต
แต่ขอบอกว่ามันเป็นความคิดที่ผิดพลาดสุด ๆ เพราะเราต้องไปขึ้นรถทัวร์ VIP
ที่ สยามเฟิร์สทัวร์ ใกล้ ๆ วัดเสมียนนารี . . . ปรากฎว่า
ไม่มีแท็กซี่ซักกะคันที่ยอมไป . . . รอไปเกือบชั่วโมงค่ะ
สุดท้ายทุกคนก็จำใจแบกสัมภาระขึ้นรถเมล์
ไปลงวัดเสมียนนารี แล้วก็เดินเท้าต่อไปยังบริษัทรถเอง . . . แหม๋ ๆ
ให้มันได้อย่างงี้สิ วันแรกก็ได้เรื่องแล้ว . . . เหงื่อตกสมเป็น Backpack
Trip หุหุ
15.02.2009
หกโมงครึ่ง เราก็เริ่มเข้าเขต "อำเภอเชียงของ" จังหวัดเชียงราย มองเห็นหมอกเป็นริ้ว ๆ เคลื่อนตัวช้า ๆ ผ่านป่าไผ่แห้ง ๆ และ ทุ่งนารกร้าง อีก 1 ชั่วโมงกว่า ๆ เราก็น่าจะถึงที่หมาย มองไปนอกหน้าต่างในใจก็คิดว่า ซวยแล้ว ท่าทางหนาวโคตร ๆ เอาแต่เสื้อบาง ๆ มา กะ เจ็ตเก็ตบาง ๆ อีกตัวมา จะพอหรือเปล่าเนี่ย
เจ็ดโมงครึ่ง เรามาถึงที่หมาย หลังจากร่ำลา "เซเว่นอีเลฟเว่น"
เป็นครั้งสุดท้ายที่ท่ารถ พวกเราก็เดินทางด้วยรถตุ๊ก ๆ ฝ่าอากาศหนาวเจี๊ยบ
ลมโกรก ทำเอาหน้าชาตัวแข็งไปเลย . . . โชคดีที่ด่าน และเรือข้ามฟาก อยู่ไม่ไกล
ให้บริการเที่ยวแรกประมาณ 8 โมงเช้าค่ะ ระหว่างรอก็แวบทานอาหารเช้าแถว ๆ
นั้นไปพลาง เป็นเมนูข้าวซอยค่ะ แต่ไม่ยักกะเหมือนแถว ๆ เชียงใหม่
เหมือนเป็นก๋วยเตี๋ยวน้ำใส ใส่น้ำพริกอ๋องราดไว้ข้างบนอย่างนั้นแหละ
อร่อยดีค่ะ ไม่ได้ถ่ายรูปมาหรอก งวงเงียจนขี้เกียจแกะกล้องออกมาถ่าย
แปดโมงครึ่งเราก็ได้ข้ามฟากมาที่ฝั่งลาวแล้วค่ะ ฝั่งนี้เรียกว่าเมือง "ห้วยทราย" สำหรับคนไทยไม่ต้องทำ VISA เสียตังค์ค่าจ๊อบแค่ 20 บาท ก็ผ่านมาโลดค่ะ บริเวณด่านจะมีบริษัททัวร์ตั้งเรียงราย ขายตั๋วรถบ้าง เรือบ้าง แต่ขอบอกว่าแพง ทางที่ดีไปซื้อที่ท่ารถ หรือท่าเรือ จะได้ราคาแบบเลือดไม่อาบ . . .
จุดหมายของวันนี้ก็คือ ซื้อตั๋วเรือช้าไป "หลวงพระบาง" ซื้อได้ที่ท่าเรือช้าราคาคนละ 850 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 วันค่ะ . . . เตรียมตัวตูดบานต่อไป
เก้าอี้สำหรับเรือช้าจะเป็นเก้าอี้ไม้ ถ้าเป็นไปได้กรุณาไปซื้อเบาะรองนั่งแถว ๆ นั้น ราคาประมาณ 40 บาท มารองด้วยค่ะ เพราะนั่งวันแรก 6 ชั่วโมง วันที่สองอีก 7-8 ชั่วโมง ก้นจะพังก่อนไปเที่ยวได้
ที่ท่าเรือช้า จะมีเรือจอดเยอะมาก แต่ขอบอกว่าเรือประจำทาง ออกวันละลำเท่านั้นเองค่ะ จากที่บอกว่าจะออกประมาณ 10-11 โมง กลับต้องรอจนเง็กซะ เที่ยง รอตั้งแต่มีอยู่ 5 - 6 คน ยันผู้โดยสารเพิ่มเป็น 136 ชีวิต เรือถึงออก . . .
เพื่อนนิว นั่งอ่านนิยายรอ
พี่อาร์ม เดินมาเดินไป และเดินไปเดินมา . . . นั่นน่ะสิจะให้ทำอะไร
เรือช้าสมกับที่ตั้งชื่อว่า Slow boat จริง ๆ ค่ะ เดินทางจากห้วยทราย ล่องไปตามลำน้ำโขง ถึงเมืองเล็ก ๆ ชื่อ "ปากเบง" เย็น ๆ แล้วเช้าวันใหม่นั่งเรือจาก ปากเบง ต่อไปยังหลวงพระบางอีกที การเดินทาง 2 วัน ที่มีแต่ลำน้ำโขง เพื่อนร่วมทางบนเรือ และชีวิตริมสองฝั่งแม่น้ำ
จริง ๆ เค้าก็มีเรือเร็วเหมือนกันนะ แต่เป็นเรือหางยาว น่ากลัวหน่อย ๆ
เวลานั่งไม่มีหลังคา แล้วแถมต้องสวมหมวกกันน็อคด้วย
สามารถไปถึงหลวงพระบางในวันเดียวแบบโหด ๆ หน่อย ใครอยากลองก็ได้นะ . . .
เพื่อนร่วมทาง . . . หลับ
ริมสองฝั่ง บางช่วงบางตอนก็เป็นหาดทรายขาว . . . นึกว่าไปเที่ยวเกาะนะเนี่ย
บนเรือช้า มีเบียร์ลาวขายอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่มีอะไรทำกันละมั๊ง จึงมีเจ้าหนูอเมริกัน หัวทิ่ม หน้าไถไปกับเรือ แถมยังตกน้ำตกท่าระหว่างเดินทางด้วย จากไม่มีอะไรจะทำ งวงเงีย ทุกคนบนเรือก็เริ่ม Alert อู้วว . . . โอ้ว . . . มายก็อด . . . กันยกใหญ่ สุดท้าย เรื่องของเจ้าหนูก็กลายเป็นหัวข้อสนทนาตลอดบ่ายแล้วนี่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
กว่าเราจะเดินทางไปถึงปากเบงก็ช้ากว่าที่คาดไว้เอาการ ประมาณหกโมงครึ่ง เริ่มมืดแล้ว การขึ้นฝั่งเป็นไปยังทุลักทุเลค่ะ เพราะเรือไม่ได้จอดเทียบท่าเล็ก ๆ ที่ทำเป็นบันไดปูนไว้ พวกเราจึงต้องกระโดด ดึ๊บ ๆ ลงไปยังพื้นทรายที่ชันมาก ๆ พร้อมด้วยแบกของโคตรหนักไปด้วย (สัมภาระตัวเองน่ะสิ) เวรกรรมของการขึ้นเรือก่อนชาวบ้านก็คือ กระเป๋าถูกเก็บไว้ในสุด พวกเราก็ได้ขึ้นเกือบช้าสุดเหมือนกัน
กว่าจะแบกกระเป๋าออกมา เดินหาที่พัก ปรากฎว่า แทบไม่เหลือที่พักดี ๆ แล้ว พวกเราก็เลยต้องไปนอนห้องที่พอดูได้ ใช้ห้องน้ำรวม และมีน้ำร้อน แบบไม่มีทางเลือก (รูปข้างล่าง)
ปากเบงเป็นเมืองเล็ก ๆ ใช้ไฟฟ้าแบบปั่น ดังนั้น สี่ทุ่ม ทุกที่พักจะปิดไฟ แต่ร้านอาหารจะเปิดไฟจนกว่าแขกจะหมดค่ะ พวกเราจึงตัดสินใจอาบน้ำก่อนที่จะไปทานข้าว หลีกเลี่ยงจราจรห้องน้ำติดขัด . . .
ร้านอาหารใกล้ ๆ มีบริการทั้งอาหารฝรั่งนิด ๆ อาหารไทยหน่อย ๆ แล้วก็อาหารลาวแปลก ๆ ที่บอกว่าแปลก เพราะพวกเราสั่งลาบหมู แต่เป็นลาบแบบใส่ถั่วงอก และไม่ค่อยเผ็ด ซะงั้น, ส้มตำรสชาติจืด ๆ, ซุปไก่ แบบใส่กะทินิดนึง แถมด้วย มันฝรั่ง และแครอท, ไก่ย่าง เป็นแบบไก่แล่เป็นชิ้นบาง ๆ มาย่าง สรุปว่าก็พอทานได้แต่ยังไม่อร่อยเท่าไหร่ ค่าเสียหายหมดไป 400 บาท (100,000 กีบ) อาหารที่นี่แพงเหมือนกันค่าครองชีพสำหรับเมืองเล็ก ๆ ไม่ถูกเลย คนลาวส่วนใหญ่เค้าก็ไม่ซื้อกินค่ะ ทำกินอย่างเดียว . . . อิมแล้วกลับที่พัก ไม่ว่าที่นอนจะเต็มไปด้วยทราย กลิ่นสาบ ๆ เล็ก ๆ ฟุ้งอยู่บนผ้าห่ม แต่พวกเราก็หลับเป็นตาย . . .
16.02.2009
เสียงกุกกัก เสียงพูดคุย เสียงเดินกระแทกส้น ปลุกให้ตื่นตั้งแต่ ตี 5 เพราะความที่ต้องแบ่งห้องน้ำกัน ห้องอื่น ๆ เลยลุกมาอาบน้ำซะเช้ามืด ซะงั้น
อากาศยังคงเย็นเยียบ และเพื่อนสาวร่วมห้อง คงรู้สึกเซ็งไม่แพ้กัน
หกโมงสี่สิบ กระเด้งตัวอกจากที่นอน เปลี่ยนเสื้อผ้า และตะกายกันแย่งชิงห้องน้ำต่อ พวกเราพร้อมตอนเจ็ดโมงกว่า ๆ ออกไปทานอาหารเช้า รับอาหารกล่องสำหรับมื้อเที่ยง แล้วก็มีเวลาเหลืออีกนิดหน่อยที่จะเดินไปถ่ายรูปบรรยากาศในตลาดปากเบงค่ะ
ปากเบงตอนเช้า มีตลาดชาวบ้านเล็ก ๆ ให้พวกเราเดิน . . .
แม่ค้าขายของริมทาง
ปลายัดไส้ต้นหอม เสียบไม้ย่าง
กระบวยไม้ไผ่ ไว้ตักแกงทั้งหลาย
น้องหนู ยืนเอ๋อ ๆ ในตลาด . . .
ส่วนคนนี้ลูกเจ้าของร้านอาหาร (มั๊ง)
.
.
.
จากนั้นก็เดินไปขึ้นเรือที่ท่าค่ะ
อากาศเช้า ๆ หมอกยังเยอะอยู่เลย
วันนี้เรือออกเร็วค่ะ เก้าโมงเช้าก็เดินทางแล้ว วันนี้ก็คงป่วยจิตตามเคย บนเรือ 7-8 ชั่วโมง แต่เรือดูดีกว่าเมื่อวานนะ
ทุกคนประจำที่ . . . หนุ่มที่ตกเรือเมื่อวานก็นั่งหน้าพวกเราตามเคย ดูหน้าเค้าสิ รอยไถพื้นยังติดอยู่ที่หน้าเลย
บนเรือมีขายกาแฟ ชา ไมโล เบียร์ลาว มาม่า มันฝรั่ง เลย์ เทสโต และขนมอื่น ๆ ก็ของไทยซะเกือบหมด แต่ราคาแพงกว่าเยอะ พวกเรายืดหัวหาดข้าง ๆ แถว ๆ ป้าเนี่ยแหละ
เริ่มไม่มีอะไรทำ ถ่ายไปเรื่อย. . .
ดื่มไปเรื่อย . . .
ดูเป็ดว่ายน้ำ . . .
ไม่มีอะไรทำจริง ๆ เฮ้อ . . . หลายคนคว้าคัมภรีประจำกาย Backpacker ขึ้นมาอ่าน . . . Lonely Planet
ชายหนุ่มข้าง ๆ อ่าน ผู้ชายคนที่ตามรักเธอทุกชาติ ของ วินทร์ เลี้ยววาริณ Bestseller ของไทย พิมพ์ครั้งที่ 85 อีกต่างหาก โห . . . ^o^
หนุ่มฝรั่งข้างหน้าอ่าน The Witch of Portobello ไม่รู้สนุกป่าว New York Times BestSeller ซะด้วย
บางคนก็อาบแดด
กินข้าว . . .
เช็ดกล้อง
ดูเรือ . . .
ตกปลา . . .
ดูวิว . . .
ทำไปอย่างงี้ เดี๋ยวก็หมดเวลาเองแหละ ห้าโมงเย็น เราก็ถึงหลวงพระบางจนได้ ต้องขอบอกว่าใครที่ไม่เคยนั่งเรือจะลองนั่งดูก็เป็นอะไรที่แปลกใหม่ดีค่ะ แต่ควรเอาหนังสือไปอ่านเยอะหน่อย ไม่งั้นคงไม่มีอะไรทำ แต่สำหรับฝ้ายและเพื่อน ๆ ครั้งนี้คงเป็นครั้งแรก และครั้งสุดท้าย อารมณ์ประมาณ . . . เย้ ๆ ๆ ถึงซักกะทีไม่ต้องนั่งแล้ว . . .
ท่าเรือจะอยู่ข้างหลังพิพิธภัณฑ์แห่งชาติหลวงพระบางพอดีค่ะ ถ้าเราเดินไปด้านซ้ายก็จะมีที่พักเรียงรายริมโขงให้เราเลือกมากมาย ตั้งแต่แบบไฮโซแพงโลดคืนละ 1,000 - 2,000 บาท จนถึงที่พักคืนละ 200 บาทต่อคน สุดท้ายเราก็ได้ที่พักเป็น Guesthouse เล็ก ๆ แต่ดูใหม่และสะอาดชื่อ Chantanom (จันทร์ถนอม) อยู่ในซอยเล็ก ๆ ติดถนนริมโขง ราคาห้องที่ต่อได้คือ 3 คน 3 คืน 550,000 กีบ มีห้องอาบน้ำในตัว มีทีวีให้ดูด้วย ตกราคา 250 กว่าบาทต่อคนต่อคืนค่ะ
เก็บของอาบน้ำ แล้วก็เดินย่ำต๊อกออกไปหาที่เช่าจักรยานสำหรับพรุ่งนี้ พร้อมหามื้อค่ำแถว ๆ Night Market ค่ะ พวกเราเลือกร้านที่ลูกค้าเยอะ คิดว่าคงอร่อย เริ่มด้วยเบียร์ลาว . . .
แกงอ่อมอะไรซักอย่าง . . . แต่ไม่เผ็ดอีกแล้ว
ส่วนในห่อเป็นหมกเห็ดค่ะ ไม่เผ็ดอีกนั่นแหละ . . . เค้าทำรสชาติฝรั่งหมดเลย
หลังจากผิดหวังกะอาหารรสจืด พวกเราก็ไปเดินเล่น Night Market ที่เกือบจะปิดแล้ว
ตลาดกลางคืนที่นี่เป็นถนนที่ยาวพอสมควรค่ะ ของขายเยอะแยะ แต่ส่วนใหญ่จะซ้ำ ๆ กัน
ของยอดฮิตคงจะเป็นเสื้อยืด กระเป๋า ผ้าทอมือแบบต่าง ๆ
โปสการ์ด
ยาดองสารพัดแบบ และ ของกระจุกกระจิกมากมาย
เดินชมกันจนตลาดเริ่มปิด ได้ข้อมูลจักรยานมา ก็เอามาเปรียบเทียบกับที่ที่พักหาให้ ปรากฎว่าของเกสต์เฮ้าท์ถูกกว่า ก็เลยตกลงกับที่เกสต์เฮ้าท์ทันทีที่กลับไปถึงค่ะ
เป็นอีกคืนที่หลับสนิท . . . พรุ่งนี้เจอกัน หลวงพระบาง . . .
Fein ^^
ข้อมูลเดินทาง
- รถทัวร์ VIP 24 ที่นั่ง กรุงเทพฯ - เชียงของ, บริษัท สยามเฟิร์สทัวร์ จำกัด, เวลาออก 19.30 น. รับตั๋วก่อนเวลา 19.00 น., ของแจก : น้ำ 1 ขวด, ขนมกินเล่น 3 - 4 อย่าง, เที่ยงคืนแวะทานข้าวฟรีที่พิษณุโลก ตอนเช้ามืด ประมาณตี 4 เสริ์ฟชา หรือ กาแฟ ราคา 739 บาท
- รถตุ๊ก ๆ จากท่ารถ เชียงของ ไปท่าเรือข้ามฟาก (ด่าน) 80 บาท / 3 คน
- ค่าเรือข้ามฟาก 30 บาท ต่อคน
- ค่าจ๊อบผ่านด่านที่ลาว 20 บาท ที่ด่านไทย ไม่ต้องเสีย
- อัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท ต่อ 241 กีบ
- ตุ๊ก ๆ จากด่านห้วยทราย ไปยังท่าเรือช้า (Slow Boat) 100 บาท / 3 คน
- ค่าเรือช้า ห้วยทราย-ปากเบง-หลวงพระบาง 850 บาท / คน
- ค่าห้องพักที่ปากเบง คืนละ 150 บาท นอนได้สองคน ห้องอาบน้ำรวม
- ค่าที่พักที่หลวงพระบาง 3 คืน 550,000 กีบ / 3 คน
- ค่าเช่าจักรยานเที่ยวที่หลวงพระบาง 80 บาท ต่อคัน
edit @ 5 Mar 2009 16:12:57 by Fein

#1 By V@R on 2009-03-05 08:40