วันนี้ up รอบสุดท้ายของทริปแล้วค่ะ เพื่อจะให้จบวันนี้ ทำให้โหลดโหดหน่อยนะคะ

ประมาณ 42 รูป (ปกติจะ up ประมาณ 20 กว่ารูปเอง) ตั้งใจจะให้จบวันนี้แหละ เพราะถ้าแบ่งสองตอนอีก กลัวใจมันจะไม่จบง่าย ๆ น่ะสิ

อาทิตย์หน้าจะไปแบ็คแพ็กที่ลาวกะเพื่อน ๆ 1 อาทิตย์ค่ะ ก็คงหายหัวไปอีกตามเคย ขอบคุณที่ติดตามด้วยความทรมานใจนะคะ  ^^

2 ตุลาคม 2551 (ต่อ)

 

หลังจากชื่นชมทะเลสาบนาพาไห่ ยังมีวัดที่เราจะเดินทางไปเยี่ยมเยือนระหว่างทางไปเมืองเต๋อชิงค่ะ ระหว่างที่เรานั่งรถขึ้นไปยังภูเขาสลับซับซ้อน "วัดลามะหมวกเหลือง" หรือวัดตงจูหลิน (Dhondrupling Gompa) วัดเล็ก ๆ ทอดตัวอยู่บนภูเขาหินมายาวนานเกือบ 350 ปี วัดแห่งนี้มีพระลามะประมาณ 300 รูป สร้างในปี ค.ศ. 1667 สมัยราชวงศ์ถัง

 

เรายังคงต้องเดินเท้าไปเล็กน้อย ผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ ของพระทิเบต

 

บ้านเรือนที่ทำจากดินและทราย 

 

วิวสุดลูกหูลูกตา . . . ถ้าได้นั่งกินน้ำชาตรงนี้คงเสียวพิลึก . . .

 

ถึงแม้ว่าที่นี่จะห่างไกลจากตัวเมือง แต่สัญญาณโทรศัพท์ชัดแน่นอน คอนเฟิร์มค่ะ เพราะเปิด Roaming ตลอด

 

หลังคาหลาย ๆ บ้านก็มีลักษณะแบบนี้ เป็นหลังคาไม้ วางทับด้วยหิน เป็นลักษณะเด่นของบ้านชนเผ่าทิเบตเลยทีเดียว

 

วัดที่นี่เก่ามาก มองจากข้างนอก จะเป็นสีขาวเปล่า ๆ เปลือย ๆ ไม่มีลักษณะอะไรเด่น แต่พอเข้ามาข้างใน จะพบกับลานกว้าง และมีอาคารล้อมลานสี่เหลี่ยมผืนผ้า

เห็นหน้าตาเหมือนอาคารสองชั้นแบบนี้ แต่จริงๆ แล้วภายในมีถึง 4 ชั้นค่ะ เสียดายที่เราไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายรูปข้างใน แต่ที่นี่มีพระที่มีความรู้สามารถพูดภาษาอังกฤษได้มาเป็นไกด์ให้เรา ท่านไปเรียนที่อินเดียมาค่ะ จึงสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ศัพท์ศาสนาเนี่ย ไม่ถนัดซะเลย - -"

ชั้นล่างเป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรม ส่วนชั้นที่ 2- 4 จะเป็นรูปวาด ของเทพเจ้าตามความเชื่อของนิกายลามะ รวมทั้งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปจากเมืองลาซา (เมืองหลวงของทิเบต)

ระหว่างที่ขึ้นไปดูภาพเขียน และพระพุทธรูป ชั้นบน พระท่านก็อธิบายความเชื่อต่าง ๆ ให้ฟังค่ะ แต่เรื่องที่จำได้ติดหัวมาก ๆ เป็นความเชื่อเรื่องการให้ทาน . . .

เมื่อคนทิเบตตายไป จะไม่มีการเผาหรือฝังศพ แต่จะเอาซากศพของผู้ตายไปเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ค่ะ โดยปกติถ้าเป็นผู้คนที่อยู่ในเขตลาซา จะเป็นเขตที่มีแร้งอาศัยเป็นจำนวนมาก คนที่ตายไป ก็จะไปเป็นอาหารแร้ง แต่ชาวทิเบตที่อยู่ฝั่งเมืองแชงกรีล่า เต๋อชิง จะเอาศพไปวางข้าง ๆ ตลิ่งเพื่อเป็นอาหารปลา เนื่องจากแถว ๆ นี้ไม่มีแร้งนั่นเอง . . . ก็เลยเป็นที่มาว่า ในเขตเมืองแชงกรีล่า และเต๋อชิง จะไม่มีการจับปลามาบริโภค ปลาที่นักท่องเที่ยวได้ทานกัน ก็จะเป็นปลานำเข้ามาจากเมืองลี่เจียง และ คุณหมิงค่ะ

แต่ทางที่ดีอย่าเสี่ยงดีกว่า หุหุ

 

ออกจากวัด เราก็นั่งรถไต่ระดับความสูงขึ้นไปอีก อากาศเย็นลงเรื่อย ๆ ยอดเขาปกคลุมไปด้วยหมอกจนแทบไม่เห็นทางข้างหน้าแล้ว

หน้านี้ เป็นฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้เปลี่ยนสี ถ้าไม่มีหมอก และหยาดน้ำฝน คงจะได้วิวที่สวยกว่านี้ค่ะ เส้นทางไปเต๋อชิงตอนนี้อยู่ในระหว่างสร้าง บางช่วงทางรถก็จะเป็นทางหินขรุขระ และแคบ เลาะเลี้ยวไปตามเขา ต้องบอกว่าคนขับรถเค้าเก่งจริง ๆ นะ 

และแล้วเราก็มาถึงประตูทิเบต ที่จริงตรงนี้เป็นจุดชมวิวภูเขาหิมะไป่หมางที่มีความสูงถึง 4,450 แต่วันนี้มองไม่เห็นอะไรเลย หมอกลง หนาสุด ๆ แถมฝนตกเฉอะแฉะมาก ๆ


จากจุดนี้เราก็เดินทางอีกไม่ไกลก็จะถึงเมืองเต๋อชิงแล้วค่ะ

ในยามเย็น ฝนพรำ "เต๋อชิง" (Deqin) เมืองเล็ก ๆ เร้นกายอยู่ในหุบเขา มีถนนหลักอยู่เพียงสายเดียว ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เหม่ยลี่ หนึ่งในแปด ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของชาวทิเบตทอดกายอยู่เบื้องหน้า ได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้เช้าเราคงเจออากาศดี ถึงแม้ว่าจะอยู่ในหุบเขา แต่เต๋อชิงก็ยังสูงถึง 4.000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่นี่ถือเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชาวทิเบต เป็นเขตภูเขาหิมาลัยด้านจีน ถ้าทิเบตเป็นหลังคาโลก ที่นี่ก็เปรียบเสมือนชายหลังคาโลกนั่นแหละค่ะ

คืนนี้นอนที่เต๋อชิง ชวนชิมสุกี้ไก่ตุ๋นเต๋อชิง ที่มาเป็นกะละมัง ต้องบอกว่าผิดคาด น้ำจิ้มเต็มไปด้วยผงชูรส ตามสไตล์จีนยุคใหม่ . . . เหอะ ๆ ๆ

 

3 ตุลาคม 2551

เช้านี้ ออกตีห้าค่ะ ความทรมาณทรกรรมจากการที่เสพผงชูรส และประกอบกับความสูงของเมืองเต๋อชิง ทำให้คอแห้งมาก ตื่นมาดื่มน้ำไปสองขวด หลังจากกระโจนลงจากที่นอน ทานอาหารเช้าด้วยความเร็วสูงแล้วรีบขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังภูเขาหิมะเหม่ยลี่ค่ะ

มองแทบไม่เห็นอะไร กว่าจะเห็นท้องฟ้าก็เกือบหกโมงเช้าแล้ว แต่ทำให้พวกเรารู้ว่าวันนี้พวกเราคงโชคดี เพราะฟ้าเปิดมาก ๆ

ในที่สุดแสงแรกของวัน ก็ทำให้เรามองเห็นยอดเขาตาเคโบ (Kagebo Peak) ยอดเขาที่สูงที่สุดจาก 13 ยอดเขาของภูเขาหิมะเหม่ยลี่ ที่มีความสูง 6,740 เมตร จากระดับน้ำทะเล ยอดเขาที่ยังไม่มีใครสามารถพิชิตได้ จุดหมายของเราวันนี้คือชมธารน้ำแข็งหมิงหย่ง ธารน้ำแข็งที่เกิดจากยอดเขาตาเคโบนั่นเองค่ะ

 


ตอนนี้เรามาถึงตีนเขาแล้วค่ะ อากาศยามเช้าสดชื่นดีจริง ๆ

แสงยามเช้า ระบายภูเขาด้วยริ้วสีทอง

 

ผู้คนที่นี่เป็นชาวทิเบต หลายคนทำงานเป็นคนจูงม้าให้นักท่องเที่ยว ตอนนี้อากาศชักจะไม่สดชื่นซะแล้วสิคะ ขี้ม้าคลุ้งเยยย

ทางเดินขึ้นเขาค่อนข้างลำบากลำหรับคนไม่เคยชินค่ะ แถมความสูงยังเป็นอุปสรรคอีกด้วย พี่ ๆ วัยสูงอายุหลายคนที่ไปด้วย ขนาดนั่งม้าขึ้นไปยังยอมแพ้กลับครึ่งทาง เพราะออกซิเจนน้อยจริง ๆ คนที่ไม่แข็งแรงก็ห้ามฝืน ไม่งั้นจะแย่ใหญ่นะคะ

ระหว่างทางนอกจากจะได้ชมภูเขาแล้ว ยังได้ชมป่าดิบ ๆ แบบนี้ด้วย

นั่งม้าจนมาถึงจุดนึง ก็ต้องเิดินต่อแล้วค่ะ

ทางเดินดินเล็ก ๆ ต่อด้วยทางบันไดไม้ ทอดตัวขึ้นไปยังธารน้ำแข็ง ทำให้เหนื่อยน่าดู เดินได้ทีละ 10 - 20 ก้าวก็ต้องพักค่ะ 

แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคใด ๆ ถ่ายรูปไปด้วย สนุกดี

มีอะไรต่อมิอะไรให้เก็บภาพไว้เยอะแยะเลย

ดอกไม้เล็กๆ สีเหลืองที่ขึ้นตามพื้นหิน

ต้นอะไรก็ไม้รู้ กับลูกแดง ๆ เล็ก ๆ

เห็ดบนขอนไม้

ระหว่างทางขึ้นเราก็จะเจอกับธงหลากสี พาดผ่านไปตลอดเส้น จนถึงจุดสูงสุดของทาง

อธิบายนิดนึง ธงที่เห็น เรียกว่า ธงคาถา 5 สี ค่ะ หรือเป็น ธงมนต์ ของชาวทิเบต ประกอบด้วย สีแดง (ไฟ) สีขาว (เมฆ) สีเขียว (ต้นไม้) สีเหลือง (ดิน) และสีฟ้า (ท้องฟ้า) ธงแต่ละสีจะมีคำสวดมนต์ หรือ คาถา เขียนไว้ค่ะ ชาวทิเบตเชื่อว่าเมื่อใดที่ธงปลิว ลมที่ทำให้ธงปลิวสะบัดนั้น จะพัดพาเอาคาถาไปถึงสวรรค์ได้

 

และแล้วเราก็ขึ้นมาถึงจุดชมวิวธารน้ำแข็งหมิงหย่ง มีผู้กล้าเพียง 5 คนเท่านั้น ที่สามารถฝ่าฟันอุปสรรคขึ้นมาถึงตรงนี้ได้ หุหุ พี่สองคนในรูปอายุ 50 กว่ากันแล้ว แต่แข็งแรงมาก สามารถมาก คนทางซ้ายเป็นไกด์ ก็ต้องขึ้นมาอยู่แล้ว ส่วนสองคนที่เหลือก็คือ ฝ้าย กะ เป๋า นั่นเอง (+555 ทุกคนคงจะลืมไปแล้วว่าทริปนี้เป็นทริป Honeymoon ตัวเองยังลืมเลย )

ธารน้ำแข็งค่ะ แต่ด้วยภาวะโลกร้อนทำให้ธารน้ำแข็งละลายไปมากเหมือนกัน ธารน้ำแข็งอันนี้เรียกว่า ธารน้ำแข็งหมิงหย่ง (Mingyong Qia)  Qia เป็นภาษาทิเบต แปลว่าธารน้ำแข็ง ที่จริงภูเขาหิมะเหม่ยลี่มี ธารน้ำแข็งทั้งหมด 3 แห่ง แต่ที่ใหญ่ที่สุดก็คือธารน้ำแข็งหมิงหย่งอันนี้แหละ

 

จากจุดนี้ยังรอผู้เยี่ยมยุทธปีนขึ้นไปอีก เง้อ . . . แต่ฝ้ายไม่ไหวแล้วค่ะ ถ้าปีนต้องใช้เวลามาก และเราก็มีเวลาขึ้นมาแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

ขาลงตอนเดินเนี่ยค่อยยังชั่ว แต่พอขึ้นม้าเนี่ยสิ มันเหมือนจะหัวทิ่ม ก็เลยเกร็งไปหมด กว่าจะถึงข้างล่าง เล่นเอาขาเกือบเดี้ยง

อำลาเหม่ยลี่หลังจากทานข้าวเที่ยง

 กลับมาถึงประตูธิเบต วันนี้มองเห็นไป่หมางได้ชัดกว่าเดิมค่ะ 

 

แวะทานข้าวเย็นในเมืองเล็ก ๆ เห็นฬ่อตัวนึง ก็เลยถ่ายรูปมาด้วย

ดูหน้าตาน่าสงสารจริง ๆ เลยอ่ะ ตัวเล็กด้วย

 

อำลาวิวแม่น้ำแยงซีเกียง . . .

คืนนี้เดินทางไกลมาก กว่าจะถึงที่แชงกรีล่าก็ดึกพอสมควร หัวถึงหมอนก็หลับเลยจ้า  . . .

 

4 ตุลาคม 2551 

เวลาที่เหลือในช่วงเช้าวันนี้ก่อนเดินทางกลับ เราก็ยังต้องเก็บตกวัดดังของแชงกรีล่าค่ะ

วัดซงจ้านหลิง หรือวัดกุ้ยหัว เป็นวัดลามะทิเบตอายุกว่า 300 ปี มีพระลามะจำพรรษากว่า 600 รูป สร้างโดยองค์ดาไลลามะที่ 6 ในปี พ.ศ. 2222 และใช้เวลาก่อสร้างถึง 18 ปี จึงแล้วเสร็จ ในสมัยของจักรพรรดิ์คังซีแห่งราชวงศ์ซ้ง

สถาปัตยกรรมคล้ายกับพระราชวังโปตาลา ในเมืองหลวงลาซาของทิเบต ที่นี่จึงมีสมญานามว่า ลาซาน้อย นั่นเองค่ะ

อากาศวันนี้หนาวมาก คิดว่าน่าจะประมาณ 3-5 องศา ไม่มีแดด มีฝนปรอย ๆ

 

วัดสวยนะ แต่มือแข็งไปแล้ววว . . .

 

ถ่ายรูปด้วยความมึนงง ท่ามกลางสายฝน เพราะเริ่มเป็นไข้นิด ๆ

 

 ก็เลยไปไหว้พระ ขอพรให้หายป่วยซะเลย

 

หน้าวัด . . .

นี่ก็ตรงข้ามวัด มีเจดีย์แปลก ๆ อยู่กลางน้ำ แต่ด้วยความงงเบลอ ได้แต่ถ่ายรูปค่ะ ไม่ได้ถามไกด์เลย


 

อำลาแชงกรีล่า . . .  ด้วยภาพนี้ละกันค่ะ ภาพถ่ายแชงกรีล่า จากมุมสูงบนท้องฟ้า

จากแชงกรีล่า สู่คุณหมิง แอบช็อปปิ้งนิดนึงก่อนขึ้นเครื่อง

จากคุณหมิง สู่กรุงเทพ เวลา 01.00 น. ของวันที่ 5 ตุลาคม 2551 พวกเราพาร่างสะบักสะบอมขึ้นรถแท็กซี่  แล้วนอนหลับเป็นตาย . . .

ตื่นเช้าวันใหม่ด้วย โรคที่ราบสูงอักเสบ (เรียกเอง ที่จริงเป็นอาการป่วยที่เกิดจากการที่เราอยู่บนที่ราบสูงนาน แล้วทำให้อ็อกซิเจนเราไม่พอน่ะค่ะ) . . . พักพื้นอีก 2 วัน . . . แต่ความประทับใจไม่มีวันลืมจริง ๆ ค่ะ

 

Fein^^ 

edit @ 10 Feb 2009 23:09:12 by Fein

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แม่เจ้า .. ข้อยที่อยากไปขนาด
ชีวิตนี้ขอเพียงได้ดมกลิ่นทิเบตด้วยสะดือตัวเองสักครั้ง T-T)/
Hot!
สวยจริงๆ big smile

#2 By V@R on 2009-02-09 20:45

ทริปฮันนีมูน สนุก เหนื่อยโหดสุดขั้วมากเลยคุณฝ้าย
รูปสวย+อ่านเพลินเหมือนเดิมด้วย ^^

#3 By p-i-e on 2009-02-09 20:58

สงบงาม เย็นใจ big smile

#4 By tiew@fine on 2009-02-09 21:00

สวยงาม สดใส สุดยอด อยากไปครับ

big smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By พงคุง on 2009-02-09 21:54

Hot!

ประเทศที่อยากไปมากเป็นอันดับหนึ่ง
แต่เป็นประเทศที่ยังไม่มีโอกาสได้ไปเลยจนป่านนี้
ประเทศนี้มีข้อจำกัดในการเดินทางอยู่พอสมควรเลย
ทั้งสภาวะอากาศของบ้านเค้า และสุขภาพร่างกายของ
ตัวเราเองด้วย จะไปต้องแข็งแรงๆ หน่อยเนอะ ^^

เรารอๆๆ เพื่อนรุ่นน้องคนนึง บอกว่าจะไปด้วยกัน
เพราะเพื่อนคนอื่นๆ ไม่มีใครพิศวาสอยากไปด้วยเลย
ไอ่เจ้าน้องคนนั้นไปอเมริกา 4 ปี มันยังไม่กลับสักที
เวลาได้คุยกันว่าเมื่อไหร่จะกลับ ทริปธิเบตรออยู่
เดี๋ยวรอจนแก่ไปไม่ไหว เดินไม่ได้ สังขารไม่ให้อีก

big smile

#6 By moodee on 2009-02-09 22:02

Hot!

เป็นทริปที่น่าอิจฉามากเลยคะ ธรรมชาติสวยจังเลย

#7 By NihaoJAA on 2009-02-09 22:06

ดิฉันชอบภาพพืชป่า สวยมากกกกกกกกHot! Hot! Hot! Hot!

#8 By HineyHelsinki on 2009-02-09 22:54

Hot!

ยังไม่มีโอกาสได้ไปเลย...
เป็นที่ที่หนึ่งที่ อยากไป และน่าไปมาก ๆ เลยค่ะ

ภาพเยอะดี...
สวยยย และสดชื่นดีจังเลยจ้า big smile

สวยงามมมมค่ะ


,,

#10 By caffeineaddict on 2009-02-09 23:04

เป็นที่ที่ท้องฟ้าและผื่นดินได้พบกันbig smile big smile big smile

#11 By iQ180 on 2009-02-09 23:09

สวยจัง
อากาศคงสบายปอดน่าดูเลยพี่ฝ้าย

ปล.แอบขำเม้นน้าลิง 555

Hot! Hot!

#12 By iDoi* on 2009-02-09 23:34

อีกนิด

สถาปัตยกรรมเค้าเรียบง่ายน่าสนใจมาก
อยากไปเห็นด้วยสะดือตัวเองจริงๆ confused smile

#13 By iDoi* on 2009-02-09 23:35

สวยๆๆๆ แล้วพักที่ไหนคะเนี่ยbig smile

#14 By Mango Hotel on 2009-02-09 23:48

พักในเมืองเต๋อชิงค่ะ
โรงแรมเก่า ๆ ^^" หัวถึงหมอนก็หลับเลย

#15 By Fein on 2009-02-10 08:12

เอ่อ สะดือดมกลิ่นได้ด้วยเหรอคะคุณลิงใจดี sad smile
เอาไว้วันนี้จะลองดูนะ +555 เผื่อได้

#16 By Fein on 2009-02-10 09:14

โอ้ว ภาพสวย อยากไปมั่งเลย T-T

ปล.สวนถ่ายรูปแห่งชาติ คือสวนรถไฟแหละ อิอิ

#17 By ฟิวส์ on 2009-02-10 09:58

เย้ ในที่สุดคุณฝ้ายก็ลงจนจบเอ็นทรี่นี่นะ
ภาพสวยดี สถาปัตยกรรมของเขาแปลกดีเนอะ ชอบสีสันจัดจ้านของที่นี่อ่ะ

ทำไมโพสรูปนางแบบน้อยจังอ่ะ

#18 By ling (117.47.178.232) on 2009-02-10 10:46

สวยจังค่ะ เห็นแล้วอยากไปมั่ง แต่ไม่รู้จะมีโอกาสมั๊ยนี่
ชอบดอกไม้ป่าบนโขดหินค่ะ big smile

#19 By Orm & Hai on 2009-02-10 11:18

ชั้นยังเบื่อหน้าตัวเองเลยหลิง +555
ดูแต่วิวน่ะดีแล้ววว open-mounthed smile open-mounthed smile

#20 By Fein on 2009-02-10 11:35

Hot! คนอ่านก็ลืมเหมือนกันค่ะว่านี่ทริปฮันนี่มูน
ไม่เห็นมีรูปหวีตๆของคุณฝ้ายกับคุณแฟนเลย ก็เลยลืมซะสนิทเลยค่ะ
แต่วิวก็สวยมากนะคะHot!

#21 By eeddy(อี๊ด) on 2009-02-10 12:03

อยากไปมั่งจัง Hot!
cry

#22 By n h e p h e x on 2009-02-10 12:06

วันดีคืนดี
ก้อนหินบนหลังคาตกใส่หัวจะทำไงเนี่ย 555
สงสัยเหมือนคุณแพนด้าเหมือนกันค่ะ อิอิ open-mounthed smile

#24 By Fein on 2009-02-10 13:09

สวยยย
อยากไป

#25 By FONIIXZ on 2009-02-10 13:35

สวยจังครับ
เป็นอะไรที่สุดยอดมากผมอยากไปมั่งจังอิอิsurprised smile
Hot! Hot! Hot!

แชงกรีลา แดนสวรรค์

#27 By on 2009-02-10 14:04

สวยงามมากครับ เห็นแล้วอยากไปบ้าง

อาหารจีนยุคใหม่นี่ใส่ผงชูรสเยอะมาก
คนที่แพ้ผงชูรสไม่ต้องกินกันเลย sad smile

#28 By K r a i on 2009-02-10 14:23

ว้าว สุดยอดเลยค่ะ ทิเบตอยากไปมากเหมือนกันนะ..
ชอบบรรยากาศและก็สถาปัตยกรรมของเค้าอ่ะค่ะconfused smile

#29 By nOon_bugsbunny on 2009-02-10 15:00

สวยมากค่ะ!

เห็นภาพแล้ว จัดอันดับความอยากไป นะเวนิสไปเลย

โฮ.... อยากไปๆๆ

น่าเที่ยวอะ

ธรรมชาติดี ชอบbig smile

#31 By kea on 2009-02-10 15:30

อ๊ะ เพิ่งเห็น

จขบ. น่ารักจัง
คงได้หาวันเหมาะๆ ไปเที่ยวบ้าง...
ขอบคุณสำหรับรูปสวยๆ ครับ...
big smile Hot!
อยากไปทิเบต
อากาศดี น่าไปจังconfused smile

#34 By Phai on 2009-02-10 17:34

โหววววว สุดยอดเลย wink Hot!

#35 By เต่านา on 2009-02-10 18:44

เห็นในสารคดีมานมนาน
อยากจะไปเหลือเกิน
จะตั้งหน้าตั้งตาหยอดกระปุกละ

#36 By |:| ShaKo |:| on 2009-02-10 19:09

สวยจัง cry
อยากไปอ่า จริงๆก็ตั้งเป้าหมายไว้นะ ว่ายังไงต้องไปธิเบตให้ได้

โฮกกกกกกกกกกกกกกกก

สวยอ่า!Hot!

#37 By ★l l.::sakimamo::.l l★ on 2009-02-10 20:19

อยากไปบ้างงงงง สวยๆๆค่ะ

Hot!

#38 By →GeoguS← on 2009-02-10 20:19

Great Pics.

#39 By DeathTheKid on 2009-02-10 22:16

สวยงามจัง คนเป็นโรคกลัวความสูงจะรอดมั้ยนี่ cry

#40 By Lily Pixel on 2009-02-10 22:39

อะเซพเทอเร่อร์มาก
(ไม่รู้จะเม้นท์ความแกรนด์ว่าอะไรดี)

Hot!

#41 By Dhammasarokikku on 2009-02-10 22:40

ว้าว สวยงามอลัการ

#42 By bellbell on 2009-02-11 00:39

โอ้ววว บรรยากาศงดงามเจงๆ

#43 By ungtaman on 2009-02-11 01:07

อยากไปเชียงการีล่าจัง สวย วิจิตร big smile

#44 By st.GiZMo on 2009-02-11 01:20

นาไปจัง อยากไปธิเบตมากเลยsurprised smile

#45 By ~aMe~ on 2009-02-11 08:51

อยากไปจังเลยครับ ดูสงบเงียบดีจัง

#47 By เจ้าชายน้อย on 2009-02-11 12:17

มันเงียบสุด ๆ เลยค่ะ คุณเจ้าชายน้อย
บ้านแถว ๆ นั้น บางบ้านอยู่เดี่ยว ๆ บนเขาเลย
แถมเขาสูงด้วยนะ มีทางเล็ก ๆ ไปถึงเท่านั้น ยึดอาชีพทำเกษตรกรรม

ถ้าสังเกตภูเขา ก็จะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นหิน มีเพียงบางจุดที่พอจะปลูกพืชได้ แต่ก็เป็นแค่พื้นที่เล็ก ๆ น่ะค่ะ

ไม่รู้เดือนนึงได้ออกจากบ้านกี่ครั้งเนอะ

sad smile

#49 By Fein on 2009-02-11 13:53

อยากไปมั่งจัง

กะว่าจะไปลาวเหมือนกัน แต่ยังไม่รู้เมื่อไหร่ จะเข้ามาตามอ่านนะค๊ะ

#50 By nhew-n'ew on 2009-02-11 15:18

รูปสวยมากๆเลยค่ะ

กรี๊ดๆๆๆ น่าไปๆๆๆ

#51 By คุณบิ๋ม on 2009-02-11 16:00