หนี่ฮาวลี่เจียง
posted on 11 Nov 2008 10:18 by fein in Travel-Othersลืม ๆ เดี๋ยวจะไม่อินเทรนด์
สุขสันต์วันลอยกระทงทุกท่านค่ะ
.
.
อ่ะ เข้าเรื่องต่อ
29 กันยายน 2551 (ต่อ)
เดินทางจากคุณหมิงไปลี่เจียงโดยเครื่องบินค่ะ แล้วพวกเราก็ติดแหง๋กอยู่ที่สนามบินอยู่เป็นชั่วโมง เพราะว่าฝนตกหนัก พอฝนเริ่มซา พวกเราก็เดินทางเข้าตัวเมืองลี่เจียง เพื่อไปรับทานอาหารเย็น ซึ่งมื้อนี้โคตรไม่อร่อย มันมากๆ
แต่กินเพื่อประทังหิว คืนนี้ไกด์จะพาพวกเราไปเที่ยว บึงมังกรดำเฮยหลงถาน หรือที่เรียกว่า "สระน้ำมังกรดำ" ค่ะ
รูปข้างบนเอามาจากหนังสือท่องเที่ยวของลี่เจียงค่ะ เป็นรูปถ่ายตอนกลางวัน จริง ๆ ควรจะไปกลางวันแหละ แต่พวกเราโชคไม่ดีฝนตกทุกวัน เค้าบอกว่าสระน้ำมังกรดำ จะสามารถมองเห็นเงาของภูเขาหิมะมังกรหยกที่เราจะไปบ่ายพรุ่งนี้ได้ชัดเจนมาก ในวันที่ฟ้าเปิด
แต่กลางคืนเค้าก็ติดไฟไว้สวยงาม น่าไปเดินเล่นเหมือนกัน เอาวะ . . . ไหน ๆ ก็ไหน ๆ
ประตูทางเข้าค่ะ
ที่จริงที่นี่เป็นสวนสาธารณะ คนที่นิยมไปเดินเล่น อากาศที่นี่กลางคืน เย็นมากเลยค่ะ ต้องเอาเสื้อหนาวลงไปด้วย ที่เห็นด้านซ้ายมือ เค้าเรียกว่า "เก๋งหนึ่งเหรียญ" สร้างสมัยราชวิงศ์ชิง ส่วนด้านซ้ายมือ ถ้าจำไม่ผิด จะเป็นศาลาที่ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล มาบริจาคสร้างไว้ค่ะ
ส่วนรูปนี้ เป็นรูปสะพาน 5 โค้ง หรือ "สะพานเข็มขัดหยก" ส่วนศาลาด้านหลังเป็นศาลาจีน 3 ชั้น ชื่อ "ศาลาจันทรา"
ดูเหมือนประตู แต่เป็นทางข้ามแม่น้ำเล็ก ๆ แล้วครอบด้วยศาลานั่นแหละ
ถ่ายไปเรื่อยค่ะ แมงมง แมงมุม
ดูศาลาจันทราใกล้ ๆ กับเงาที่ทอดในน้ำ . .
แล้วก็กลับแล้วค่ะ คืนนี้จะได้ไปดูโชว์ต่อ แต่ด้วยความง่วง ไม่ได้ถ่ายรูปติดมาเลย ดูแบบสลืมสลือ แล้วก็ก่อนกลับโรงแรม คนขับก็ใจดีให้พวกเราลงไปซื้อของตามแผงข้างทาง
สอยลูกท้อมา 4 ลูก แล้วก็เข้าโรงแรมนอนค่ะ
30 กันยายน 2551
เช้านี้อากาศสดใสมาก ๆ ค่ะ โชคดีชะมัด นึกว่าจะตกแบบเมื่อวานซะอีก
เช้านี้พวกเราไปที่หมู่บ้านน้ำหยก เป็นสถานที่บูชาเทพของเผ่านาซีค่ะ เผ่านาซีเป็นชนกลุ่มน้อยเผ่าหนึ่งใน 50 กว่าเผ่าในจีน ถือเป็นเผ่าที่มีจำนวนมากที่สุดในลี่เจียงเลยก็ว่าได้
ดอกไม้ขี้นเยอะมาก เป็นไร่เลย
หมอกก็ลงบนยอดเขา
ก่อนอื่นก็ต้องไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมค่ะ ต้องถือว่าเป็นปางที่แปลกสำหรับฝ้ายมากเลยหล่ะ ไม่เคยเป็นปางที่ตัวเป็นงูแบบนีมาก่อนเลย
แล้วก็เดินขึ้นไปยังวัดของเผ่านาซี จริง ๆ เผ่านี้เค้าไม่ได้นับถือพระพุทธเจ้า แต่นับถือเทพเจ้าค่ะ ถึงอย่างไรก็เรียกว่าวัดอยู่ดี
สีสันก็ไม่เลวเหมือนกันนะเนี่ย หัวไม้ที่ยืนออกมาเค้าจะทำเป็นรูปเสือ และกระทิง (แต่ดูเหมือนควายมากกว่าอ่าาา)

ข้างในวัดเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้า และมีนักบวชคอยสวดมนต์ และแนะนำคนที่มาไหว้ค่ะ
ส่วนตรงนี้เป็นที่ขายของค่ะ มีอักษรภาพซึ่งเป็นภาษาของเผ่านาซีเอง วางขายอยู่
ภาษาภาพพวกนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วค่ะ เนื่องจากปัจจุบัน เหลือไม่ถึง 30 คน ที่สามารถเขียนและเข้าใจภาษาพวกนี้
จากนั้นก็ไปดูพิพิธภัณฑ์ . . .

สงสัยใช่ป่ะ ว่าพิพิธภัณฑ์อะไร มีแต่อาหารโชว์
. . .
มันเป็นพิพิธภัณฑ์หินขนาดย่อม ๆ ค่ะ เป็นการเอาหินแบบต่าง ๆ มาทำเป็นอาหารเลียนแบบนั่นเอง
เช่น . . .
หินที่ดูเหมือนเนื้อหมู
หินที่เหมือนเต้าหู้
หินที่เหมือนเบคอน
พอก่อน ยิ่งหิว ๆ แต่กินหินไม่ได้น่อ เดี๋ยวฟันหัก

จากตรงนี้ไปพวกเราก็เดินกลับแล้วค่ะ ผ่านหมู่บ้านจำลองของผ่านาซี และสวนเหมือนเดิม
ตรงนี้เป็นที่ล้างมือ น้ำใสมาก มาจากภูเขานี้แหละ
ชาวบ้านก็นิยมตากพริกแห้งไว้กิน นี่พริกจริง ๆ นะ ไม่ใช่พริกปลอม
ผ่านทะเลสาบเล็ก ๆ
แล้วก็ปิดท้ายด้วยดอกบานชื่น หรือเปล่า
เห็นตัดกับฟ้าสวยดี ก็เลยเอามาฝากค่ะ
ออกจากที่นี่ก็จะไปที่ภูเขาหิมะมังกรหยกแล้ว เดินทางกันต่อ Entry หน้านะจ๊ะ
Fein^^
edit @ 11 Nov 2008 18:07:33 by Fein
edit @ 12 Nov 2008 09:19:53 by Fein
edit @ 12 Nov 2008 19:50:41 by Fein
edit @ 10 Feb 2009 10:13:02 by Fein
ภาพสวะท้อนน้ำยามค่ำคืน....

#1 By สุฑาทิพย์ on 2008-11-11 18:17