อิหร่าน : ชีราช (Shiraz)
posted on 09 Oct 2008 08:11 by fein in Travel-Others
เลิกพูดเรื่องการเมือง ไปเที่ยวต่อดีกว่า เผื่อจะสบายหู สบายตาขึ้นบ้างเนอะ
อ่าน Entry ทั้งหมด จิ้มค่ะ
ตอนที่ 1 : อิหร่าน : ตกอยู่ในความฝัน
ตอนที่ 2 : อิหร่าน : มหาสมบัติ
ตอนที่ 3 : อิหร่าน : แหล่งช็อปเตหะราน
ตอนที่ 4 : อิหร่าน : เปอร์ซีโปลิส
14 เมษายน 2551 (ต่อ)
ออกจากเปอร์ซีโปลิสแล้ว ก็พักกินข้าว ตอนบ่ายได้ไปชมสุสานกษัตริย์ ดาริอุส คงยังไม่ลืมนะคะ ว่าดาริอุสคนนี้แหละที่เป็นคนแรกที่เริ่มสร้างเมืองเปอร์ซีโปลิส ระหว่างทางเป็นพื้นที่กึ่งทะเลทราย ก้อนกรวดหนา ๆ กับหญ้าแข็ง ๆ ขึ้นเต็มไปหมด แต่ขอโทษนะ เค้าก็ยังปลูกนู่นนี่ได้พอสมควร เห็นจากพื้นที่สีเขียวก็นึกชมว่าคนที่นี่เค้าก็เก่งเหมือนกันแฮะ
แต่ด้วยความที่นานจนเริ่มจำไม่ได้ ก็เลยไม่แน่ใจว่าเค้าปลูกอะไร
ที่นี่เป็นสุสาน กษัตริย์ดาริอุส อันด้านขวามือค่ะ เป็นสุสานที่สร้างในภูเขา เป็นรูปเหมือนกางเขน แต่ที่นี่ไม่เกี่ยวอะไรกับศาสนาคริสต์หรอกค่ะ เพราะอณาจักรที่นี่เกิดก่อนศาสนาคริสต์เสียอีก ชาวเปอร์เซียโบราณพวกนี้มีศาสนาที่นับถือพระเจ้าที่เรียกว่า Ahuramazda ค่ะ (ภาษาไทยไม่รู้ออกเสียงอย่างไรเหมือนกัน ถ้าให้อ่านตรง ๆ คงเป็น อะ-ฮุ-ร่า-มาสด้า . . มั๊ง
) ซึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของศาสนานี้ก็คือ ไฟ น้ำ และ ดินค่ะ
สงสัยมาก ๆ ว่าคนโบราณพวกนี้เค้าสร้างสุสานกันได้อย่างไร ดูในรูป เราเป็นแค่คนตัวเล็ก ๆ เท่านั้นเอง ไกด์บอกว่าเค้าได้วิธีขุดค่ะ ขุดภูเขาลงมา ไม่ได้ปีนขึ้นไปเจาะหน้าผาอย่างที่เราคิดหรอก เออ. . . เนอะ เค้าก็มีวิธีของเค้าเหมือนกัน สุสานพวกนี้ใช้เวลาสร้างนานทีเดียว ใช่ว่าแป๊ป ๆ จะเสร็จ กว่าจะจะได้เข้าไปอยู่ เจ้าของสุสานตายไปไม่รู้นานเท่าไหร่แล้ว
กลับจากที่นี่ เราก็เข้าเมืองชีราช ซึ่งจะผ่านประตูเมืองเก่าที่เรียกว่า ประตูโกราน (Koran Gate) กำลังหลับ ๆ ก็สะดุ้งตื่นลงไปถ่ายรูปมาสองแชะ อิอิ
จากนั้นก็ไปชมอนุสรณ์สถานของ Aliebn-e Hamzeh ผู้เป็นหลานของศาสดามูฮัมหมัด แต่น่าเสียดายมากที่ได้ดูแต่ภายนอก ไม่สามารถเข้าไปข้างในได้ เนื่องจากวันที่เราไปมีงานศพ เค้าก็เลยไม่อนุญาติให้คนนอกศาสนาเข้าไปค่ะ
แต่แค่ดูภายนอก ก็รู้แล้วว่ามัสยิดที่นี่ไม่เหมือนบ้านเรา ถึงรูปทรงจะคล้าย ๆ แต่ความปราณีต รายละเอียดต่าง ๆ สู้เค้าไม่ได้เลย
ไกด์เห็นเวลาเหลือเยอะ ก็เลยพาพวกเราไปปล่อยที่สถานที่ช็อปปิ้งของชีราช วากิลบาร์ซาร์ (Vakil Bazar) ถ้าพูดถึงบาร์ซาร์ เมืองไทยก็เอามาใช้เยอะเหมือนกันนะคะ แต่จริง ๆ เป็นภาษาเปอร์เซียนี่แหละ หมายถึง สถานที่ที่มีคนนำสินค้ามาขาย
อาคารของบาร์ซาร์ ก็จะเป็นทรงโค้ง ๆ ข้างบน ส่วนใหญ่ในตลาดก็ขายผ้าเป็นหลักนั่นแหละค่ะ
แต่ของแปลก ๆ ก็มีบ้างเหมือนกัน อย่างรูปนี้ เป็นเครื่องเทศ หลาย ๆ ชนิด โรยเป็นชั้น ๆ หลายสี ดูสวยดีเหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจ เวลากินคนเอาผสม ๆ กินรวม ๆ ได้มั๊ง ไม่งั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าจะตักแยกชั้นยังไง
ส่วนสองรูปข้างล่าง เป็นขวดไม้สีสันสวยเชียว อันนี้ไว้ขายนักท่องเทียว เป็นที่ทาตา น่าจะเป็นอายไลเนอร์นะ ตรงที่เป็นเหมือนพัด ๆ ข้างบนดึงออกมาได้เป็นพู่กันไว้ทาค่ะ
ส่วนรูปนี้เป็นผง ไว้ทาตานั่นแหละ แต่อยู่ในรูปขวด น่าจะเหมือนเป็น Refill อะไรพวกนี้ แต่ละขวดก็มีภาษาเปอร์เซียต่าง ๆ กันไป ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าต่างกันตรงไหน เพราะดู ๆ ไปก็เหมือนกันหมด ทั้งสีสรร ไม่แน่กลิ่นอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้เนอะ
เดินออกมานอกอาคาร ตรงประตูมองขึ้นไป ก็จะเห็นสถาปัตยกรรมแบบนี้ สงสัยและก็ทึ่งว่าเค้าทำเป็นชั้น ๆ ร่อง ๆ เข้าไปได้อย่างไร แถมปูทับด้วยกระเบื้องเป็นลายตลอด แต่เท่าที่รู้ ที่นี่เค้าจะใช้วิธีเขียนลายลงบนกระเบื้อง แล้วก็เอากระเบื้องมาเรียงต่อกนนั่นเองค่ะ
ปิดท้ายด้วยสมุนไพรต่าง ๆ ซึ่งบางอย่างก็ไม่รู้ว่าใช้ทำอะไร เอาที่รู้ก็แล้วกันนะ . . . บนขวา เป็นสมุนไพรที่เค้าไว้ผสมกับข้าวค่ะ กินมาหลายมื้อแล้วก็เลยพอจะรู้ แต่ไม่รู้วิธีหุงหรอกนะคะ ล่างซ้ายเป็นเปลือกส้มโอ ก็อีกนั่นแหละ ไม่รู้ว่าเค้าเอาไปทำอะไร ส่วนล่างขวาเป็นดอกกุหลาบแห้งค่ะ เปอร์เซียขึ้นชื่อเรื่องกุหลาบมากนะคะ น้ำกุหลาบของที่นี่ก็นำมาผสมอาบน้ำ หอมมาก ๆ แต่ไม่กล้าซื้อกลับมาหรอกค่ะ แพ็คกิ้งเค้าไม่ดีเลย เป็นขวดพลาสติกบางๆ เหมือนจะแตก ฝาก็ไม่ค่อยดี กลัวว่ามันจะอาบไปบนเสื้อผ้าก่อนจะถึงเมืองไทยน่ะจิ
เดินอย่างเดียวไม่ได้ซื้ออะไรเลยค่ะ อาจเป็นเพราะไม่รู้จะเอาไปทำอะไรก็ได้ ก็เลยไม่มีอะไรเข้าตากรรมการ อิอิ
และที่สุดท้ายของวันนี้ คืออนุสรณ์สถานของกวีเอกของอิหร่านที่ชื่อว่า ฮาเฟส (Hafez; 1324-1391) ถือว่าเป็นกวีที่ยิ่งใหญ่ของชีราชเลยที่เดียว วรรณกรรมของผู้นี้ถือเป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจของวรรณกรรมเปอร์เซีย . . . ฉันก็นึกได้ เออ วันแรกที่ไปพระราชวัง ก็ยังมีภาพเขียนบนผนังเกี่ยวกับตัวละครและเนื่องเรื่องในวรรณกรรมของฮาเฟส รวมไปถึงรูปปูนปั้นต่าง ๆ ด้วย
อนุสรณ์สถานเป็นหินอ่อนสีขาว วางอยู่ในโดมที่เห็นนั่นแหละค่ะ มีคนกำลังมุงเยอะ ๆ ทุกคนก้กำลังไปสัมผัสที่หินนั่น แล้วก็กล่าวบนกลอนของฮาเฟสออกมา เพื่อแสดงความเคารพค่ะ ไอ้เราก็ได้แต่แตะ ๆ เพราะว่าพูดม่ะเป็นอ่ะนะ
ที่นี่ช่วงเย็น ๆ จะมีคนอิหร่านมาเดินเยอะมาก ภายในอนุสรณ์สถานจะประกอบไปด้วยต้นไม้ ดอกไม้ แล้วก็สระน้ำ แสดงถึงความโรแมนติกในบทกวีของฮาเฟส ไกด์บอกว่าที่นี่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปหลายครั้ง โดยเฉพาะสวน เพราะผู้รับผิดชอบแต่ละรุ่น ก็จะตึความบทกวีของฮาเฟสต่าง ๆ กันออกไป รุ่นใหม่ล่าสุด มีต้นไม้เขียว ๆ โดยเฉพาะต้นส้มเยอะมาก เย็น ๆ ส่งกลิ่นหอมสดชื่นสุด ๆ
ดอกไม้ในอนุสรณ์สถาน . . .
นี่แหละ หน้าตาของดอกส้ม ที่่ฉันพยายามดมหา (อ่ะ
คนน่อม่ะใช่หมา ) ตลอดเวลาที่เข้ามาที่นี่ เพราะทีแรกก็ไม่รู้หรอกกลิ่นอะไร ดมไปเรื่อยจนเจอว่าเป็นกลิ่นเจ้านี่แหละ
จบคืนสุดท้ายในชีราชด้วยความหอมหวานของดอกไม้ ความโรแมนติกของคนอิหร่าน ความเย็นสบายของอากาศ แล้วก็หลับฝันดี
15 เมษายน 2551
เช้าวันนี้เราต้องเดินทางไกลอีกแล้ว (430 กม) อำลาเมืองชีราช ไปซบอ้อมแขนใหม่ เมืองอิสฟาฮาน (Esfahan) เมืองนี้ก็ถือว่าเป็นเมืองหลวงเก่า เช่นเดียวกับชีราชค่ะ แต่ก่อนจะไปถึง เราก็ต้องแวะเที่ยวกลางทางก่อนเนอะ
มีที่แวะที่เดียวค่ะ ที่นี่ เมือง Passargade เป็นนครหลวงแห่งแรกของชนชาติอิหร่าน และ ของอาณาจักรอาเมเนียน ซึ่งห่างจาก เปอร์ซีโปลิสเพียง 50 กิโลเมตร ก่อตั้งขึ้นโดยพระเจ้าไซรัสมหาราช (Cyrus the Great)
ที่เห็นข้างหน้าเป็นสุสานของกษัตริย์ไซรัสมหาราชค่ะ สร้างด้วยหินขนาดใหญ่ก่อขึ้นไป 12 เมตร
ส่วนอื่น ๆ เป็นซากจริง ๆ ค่ะ ไม่ค่อยมีอะไรเหลือมาก ที่นี่ถือว่าเก่ากว่าเปอร์ซีโปลิส เพราะพระเจ้าไซรัสเป็นกษัตริย์องค์แรกของอาณาจักรเปอร์เซีย ส่วนดาริอุสเนี่ย รู้สึกจะเป็นรุ่นสาม หรือ สี่ ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ
ออกจากที่นี่ก็มุ่งตรงไป อิสฟาฮาน แล้วก็ถึงที่พักในตอนเย็น ๆ หน้าโรงแรมที่พักเป็นสะพานข้ามแม่น้ำสวยมากเลยค่ะ ถ่ายรูปมาให้ดู หนุ่ม ๆ สาว ๆ เค้าก็ออกมานั่งเล่น กันริมน้ำเต็มไปหมด
อาหารค่ำของวันนี้ก็คือข้าวหมกไก่ - -" เห็นหรือเปล่าคะ ในจาน ข้าวหุงตัดเป็นก้อนสี่เหลี่ยมใหญ่ ๆ ข้างในมีไก่อยู่หล่ะ สมชื่อข้าวหมกไก่จริง ๆ
กินอิ่ม แล้วก็ไปเดินเล่นริมน้ำตามหนุ่ม ๆ สาว ๆ ของที่นี่ อากาศค่ำ ๆ ของที่นี่ก็เย็นสบายดีเหมือนกันค่ะ ต้องใส่เสื่อหนาวเรยยย . . .
จบซักทีวันนี้ ไว้มาต่อรอบหน้าน่อ . . .
ฝ้าย/ Fein^^
PS. ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ที่ขอให้หายป่วย ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้วค่ะ
edit @ 9 Oct 2008 14:53:23 by ``Fein ` ๏_๏ ่':๏๏๏๏๛
edit @ 25 Oct 2008 09:02:02 by ``Fein ` ๏_๏ ่':๏๏๏๏๛
edit @ 10 Feb 2009 10:18:28 by Fein
รสชาติเหมือนเมืองไทยรึเปล่าเอ่ย
#1 By hellooak on 2008-10-09 15:09