เมื่อฉันเปิดหนังสือนิตยสารท่องเที่ยวฉบับหนึ่ง ภาพความสวยงามของประเทศนี้ก็หลั่งไหลพร่างพรูเข้ามาในใจ

เป็นวินาทีที่อยากรู้จัก อยากทักทาย . . . ถึงแม้ว่าการเสพ CNN ของฉันจะทำให้ภาพร้าย ๆ ของประเทศนี้กลับมาอยู่ในความทรงจำ ไม่ว่าจะเป็นสงครามอิรัก-อิหร่าน, ภาพของอาวุธนิวเคลียร์, สงคราม, สาวน้อยนกเพนกวิน, รวมไปถึงการเชื่อมโยงระหว่างนักศึกษาอิสลามหัวรุนแรงกับเหตุการณ์ไม่สงบในภาคใต้ . . .

มันทำให้ฉันไม่ประมาท หันไปเพิ่งบริการของบริษัททัวร์ แทนการแบกเป้ . . . และคิดว่าเค้าคงรู้จักประเทศนี้ดีกว่าฉัน

รวบรวมพลพรรคได้ 4 คน ไอ้ตูดสุดที่รัก + น้าอีกสองคน คนนึงเป็นอาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ ส่วนอีกคนเป็นข้าราชการ กทม. ที่ตกหลุมเรา อิอิ

ฉันใจจดใจจ่อ กับการท่องเที่ยวครั้งนี้อย่างมาก เพราะเดาว่ามันคงเปิดโลกทัศน์ของฉันไปสู่สิ่งที่ไม่คุ้นเคย . . . และหวังว่ามันคงทำให้ฉันรู้จักมันดีขึ้น

วันที่ 12 เมษายน 2008

วันนี้ต้องแหกขี้ตาตื่นแต่หัวรุ่ง อาบน้ำ แล้วลากกระเป๋าใบขนาดย่อม สำหรับเดินทางเจ็ดวัน ไม่ลืมที่จะพกผ้าสำหรับคลุมผมไปด้วย เพื่อจะเป็นเพื่อนซี้สนิทแนบชิดกันตลอดทริป . . .

พลพรรครวมตัวกันพร้อมออกเดินทาง กรุ๊ปทัวร์นัดเราหกโมงเช้าที่สุวรรณภูมิ . . .

เมื่อเจอคลื่นคนในสุวรรณภูมิ ได้แต่คาดไม่ถึงว่าจะมีคนสนใจประเทศนี้ขนาดนี้ . . .

เฉพาะทัวร์ของฉัน 4 กลุ่ม กลุ่มละ 25 คน รวมเป็น 100 คน ทัวร์อื่น ๆ อีก ไม่รู้อีกกี่ทัวร์ มันทำให้เครื่องบินลำยักษ์ของสายการบิน Mahan Air สายการบินเดียวของอิหร่าน แน่นขนัดไปด้วยคนไทย มีเพียงชาวอิหร่าน 3-4 คน เท่านั้นเอง . . .

เครื่องบิน บิน 6 ชม. สู่เมืองเตหะราน (Tehran) เมืองหลวง และเมืองเดียวที่มีสนามบินนานาชาติ . . . แอร์โฮสเตสสาวสวย และสจ๊วตหนุ่มหล่อ หน้าเข้ม ทำงานด้วยหน้าตาสุดเซ็ง เมื่อพวกเราขอนู่นขอนี่ถี่ ๆ เข้า . . . จะว่าไปประเทศไทยมี Service Mind มากกว่าเยอะ ฉันสะดุ้งตื่นไปสองครั้ง เมื่อพี่ที่นั่งข้างหน้าวี้ดวาย . . . เอ่อ . . แอร์สาว ทำหน้าแข็งกระเด็นไปใส่พี่เค้า . . . ส่วนอีกครั้งกาแฟ หกรด พี่อีกคน ที่นั่งถัดไปข้างหลังสองที่ . . . แอร์ประเทศนี้โก๊ะมั๊ก ๆ อ่า . . .

ปรากฎว่าเราเดินทางช้ากว่าเวลาที่กำหนด 2 ชั่วโมง บนเครื่องบิน เราบินไป 8 ชั่วโมง ซึ่งไกด์ก็บอกแต่ว่าไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมบินนานขนาดนี้ ฉันได้แต่นั่งเซ็ง มองวิวข้างหน้าต่าง . . . มันเป็นวิวที่แปลกมาก เหมือนทะเลโคลนสีน้ำตาลอยู่ข้างล่าง แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวจั๊ว สลับกับวิวภูเขาโล้น ๆ ที่เหมือนไม่มีต้นไม้ . . . เก็บความสงสัยเอาไว้ก่อนเจอของจริง อิอิ

ก่อนลงจากเครื่องบิน ทุกคนหยิบผ้าคลุมขึ้นมาคลุมผมอย่างรู้งาน . . . ขั้นตอนในการเข้าประเทศเป็นไปอย่างเชื่องช้า สุดเซ็ง มีการแยกหญิงชาย ณ จุด Security Check ส่วนจุด Passport Check ก็ช้าเป็นเต่าคลาน สังเกตุดูดี ๆ อาจจะเป็นเพราะว่าชื่อพวกเรามันยาว แล้วก็ยากล่ะมั๊ง เค้าถึงพิมพ์แล้วพิมพ์อีก ไม่เสร็จซักกะที ประเทศเปิดใหม่ ก็ต้องทำใจเรื่องความสะดวกสบายนิดนึงค่ะ

กว่าจะผ่านด่านมาได้หนึ่งชั่วโมงผ่านไป . . . รับกระเป๋า แล้วต้องมีจุดเช็คกระเป๋าอีก ระหว่างต่อคิวชุลมุน . . . เจ้าหน้าที่ชาวอิหร่านก็กวักมือเรียกฉัน "Go Go Go" ปรากฎว่าฉันไม่ต้องเช็คกระเป๋า เดินผ่านไปได้เลย +555 น้าที่เข้าไปก่อนเค้าก็รอกระเป๋าตรงเครื่องแสกน แต่ฉันกลับเข็นเข้าไปทั้งรถ

"เอ๊ะ ฝ้าย มาได้ไงเนี่ย"

"เค้าให้ไปเลยไม่ต้องแสกนอ่ะ"

"อ้าวเหรอ . . . สงสัยหน้าตาเหมือนล่ะสิ เค้าคงคิดว่าเป็นสาวอิหร่าน"

เอออ ก็ดีเนอะ สาวอิหร่านก็จมูกโด่ง ตาโต หน้าเข้ม สวยดีนินา หุหุ

.

.

.

ออกมาปะทะสายลมนอกสนามบิน เตหะราน ต้อนรับเราด้วยวิวทะเลทราย แดดเปรี้ยง แต่ลมเย็นสบาย อุณหภูมิประมาณ 20 องศา สบ๊ายสบาย ลืมอากาศร้อนอบอาวของกรุงเทพไปซะถนัด . . .

บ่ายสองแล้วพวกเราเพิ่งจะออกจากสนามบิน ใช้เวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมงถึงจะเข้าตัวเมืองเตหะราน นั่นแหละ ทำให้เราชวดที่จะเข้าชมพระราชวัง โกเลสตาน (Golestan Palace) เพราะมันปิดบ่ายสาม แง่ว ๆ ๆ

ไกด์ก็เลยแจกอาหารเที่ยงแก้โมโหหิว . . .

เป็นขนมปังฝรั่งเศลไส้แฮมไก่กะผัก อันใหญ่ซะขนาดนี้ แล้วก็แก้ขัดด้วยการพาไปชมพระราชวังหลวง (Sa'Abad Palace) แทน . . . น้าสาวกะตูดหมา บ่นอุบ . . .

เข้ามาถึงตัวเมืองเตหะราน ฉันสังเกตเห็นอะไรหลาย ๆ อย่างที่แปลกประหลาด อย่างเช่น รถเมล์เก่า ๆ คันนึง จะมีหญิงชาวอิหร่านนั่งด้านท้ายรถ ส่วนหนุ่ม ๆ นั่งหน้า ที่นี่มีระบบแยกหญิงชายอย่างชัดเจน เพราะตามหลักศาสนา หญิงชาวมุสลิมจะต้องปิดบังความสวยของตนเองก็ตั้งแต่ผมลงมายันเท้านั่นแหละ ไม่ให้ชายคนใดได้เห็นนอกจาก พ่อ พี่ชาย น้องชาย ซึ่งเป็นคนในครอบครัว และสามีเท่านั้น เป็นการป้องกันไม่ให้หญิงชายที่ไม่ใช่ญาติและแฟนใกล้ชิดกันว่างั้นเหอะ . . . ประเทศที่เคร่ง ๆ บางประเทศผู้หญิงยังต้องใส่หน้ากากเหล็กด้วยนะ ทำเป็นเล่นไป แต่ฉันไม่เห็นที่อิหร่าน

สาวที่นี่ใส่ชุดดำซะเป็นส่วนมาก แต่ก็เปิดแขนนิดนึง เปิดผมนิดนึง โดยเฉพาะวัยรุ่น ใส่เสื้อคลุมยาวเกือบถึงเข่า เป็นชุดเข้ารูปนิดนึง อีกต่างหาก . . . บางคนถ้าเคร่งมาก ๆ ก็จะใส่แชโดว์ (Shadow) ที่แปลว่าเงา ทับอีกที อันนี้ที่ฉันเรียกว่าสาวน้อยนกเพนกวินน่ารักไปอีกแบบ อิอิ

เมืองที่นี่เต็มไปด้วยมลภาวะโดยเฉพาะทางรถยนต์ รถยนต์เก่า ๆ หลายคันแล่นผ่านไป ส่วนใหญ่เป็นยี่ห้อ เปอร์โย ของฝรั่งเศส เป็นรถยนต์ยี่ห้อแรกที่เข้ามาทำตลาดที่นี่ นอกจากนั้นก็มีโตโยต้าอย่างบางตา บางยี่ห้อเป็นของอิหร่านเอง รถที่นี่เก่ามาก ๆ รถมอเตอร์ไซด์ก็จะมีหน้ากากพลาสติกตั้งขึ้นมา คงกันฝุ่นกันทรายละมัง . . .

การจราจรแทบจะชนกันตาย คนข้ามถนนก็ต้องข้ามแบบ กุไปละ เดี๋ยวรถก็หยุดให้เอง คนที่นี่ก็จะบีบแตรกันสนั่นเมือง เหอะ ๆ ๆ ทั้งบีบไล่รถกันเอง และบีบไล่คนเดินข้ามถนน

บ้านเมืองดูเก่า ๆ โทรม ๆ ซะเป็นส่วนมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีบ้านใหม่ ๆ เลย ทางที่ดูร่มรื่นที่สุดคงจะเป็นถนนที่มุ่งหน้าไปพระราชวังหลวง สะอาดและสวยด้วยต้นเมเปิลสองข้างทาง

.

.


พระราชวังหลวง (Sa' Abad Museum) ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปซะแล้ว ที่นี่จะประกอบไปด้วย 18 ตำหนัก ซึ่งทำเป็นพิพิธภัณฑ์ไปเกือบทั้งหมด อากาศที่นี่เย็นมากขึ้น ฉันดึงปลอกแขนมาใส่เพิ่มความอุ่น กระชับผ้าคลุมผมอีกครั้งแล้วเดินผ่านประตูเข้าไปยังสวนสวย สนามหญ้าเขียว ๆ แซมด้วยดอกหญ้า สีเหลือง สีขาว สลับกับแปลงปลูกดอกผีเสื้อ แค่สนามฉันก็ชอบซะแล้ว เสียดายไม่มีเวลามากนัก ไม่งั้นคงจะไปนอนกลิ้งให้ ยาม ด่าเล่น อิอิ พาลนึกไปถึงสวนฤดูใบไม้ร่วงในเบรอยด์ เยอรมัน ที่ฉันลองไปนอนกลิ้งมาแล้ว ที่นี่คงนอนสบายกว่าตอนนั้นละมัง คงไม่มีใบไม้แห้งติดหัวเต็มไปหมดแบบคราวก่อน หุหุ

 

.

พระราชวังนี้เป็นวังของราชวงค์สุดท้ายของอิหร่าน ชื่อ ราชวงศ์ Pahlavī (ปาละวีห์) ซึ่งถึงคราวต้องหลุดจากบัลลังค์ไปเมื่อสามสิบปีก่อน เนื่องจากการปฏิวัติอิสลามของ "โคไมนี"่ ผู้เป็นฮีโร่ของชาวอิหร่านตลอดกาล

ข้างหน้านี้เป็นตำหนักขาว (White Palace) ดูภายนอกก็เป็นแค่ตึกโล้น ๆ สองชั้น หน้าตาไม่พิศดารอะไร ที่นี่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Mellat Palace Meuseam เคยเป็นที่อาศัยของพระมเหสี และที่นี่มีห้องน้อยใหญ่ทั้งหมด 54 ห้อง

ข้างหน้าตำหนัก จะพบกับมือธนู ออรัช ตัวละครของนักเขียน นักกวีชื่อดัง Ferdowsi (เฟอร์โดว์ซี่) ยืนปกป้องเราจากเหล่าร้าย (ว่าไปนั่น )

ห้องแต่ละห้องหรูหราตามสไตส์คิงส์ ที่นี่เป็นปราสาทสมัยใหม่ ทุกอย่างก็เลยดูเป็นสไตส์ยุโรปมากหน่อย

นอกจากนี้ตำหนักขาวยังเป็นที่ที่สำคัญในประวัติศาสตร์ ห้องประชุมด้านบนของตำหนักนี้เคยเป็นที่จัดประชุม The Tehran conference (EUREKA) ซึ่งประกอบไปด้วยสามมหาอำนาจสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ได้แก่ สตาลิน (Joseph Stalin) - รัสเซีย, รูทเวล (Franklin D. Roosevelt) - อเมริกา และ เชอร์ชิล (Winston Churchill) - อังกฤษ . . . เนื้อหาในที่ประชุมเป็นเรื่องกลยุทธการทำสงครามขั้นสุดท้ายกับ นาซี เยอรมัน นั่นเอง

ออกจากตำหนักขาว เราก็ต้องไปตำหนักเขียวต่อ (Green Palace) ซึ่งต้องรอรถบัส เพราะถ้าเดินจะไกลมาก

ระหว่างรอรถบัส เราก็เจอขบวนสาวน้อยชุดชมพู แต่บางคนคลุมแชโดว์ เคร่งตั้งแต่เด็กเลย . . . เป็นนักเรียนค่ะ ถ้าเราไปตามพิพิธภัณฑ์ ก็จะเจอเด็ก ๆ อยู่เรื่อย ๆ ที่นี่เค้าส่งเสริม ศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ กับเยาวชน ดีจัง . . .

แต่ถ้าสังเกตดี ๆ ก็จะมีแต่เด็กผู้หญิง เพราะที่นี่เค้าแยกโรงเรียนหญิง-ชายค่ะ พอเข้าระดับมหาวิทยาลัยก็จะมี มหาลัยแบบรวมหญิง-ชาย ให้เลือกเรียนได้

น้อง ๆ ไปแล้ว รถก็ยังไม่มา ถ่ายรูปรถม้า ยังกะเรื่องซินเดอเรร่าเลย จริง ๆ ไปขอถ่ายต้องเสียตังค์นะ แต่ถ่ายซูมจากไกล ๆ หุหุ

.

.

.

รถมาแล้ว แต่ต้องบอกว่ารถบัสเก่ามาก ๆ การเผาไหม้ห่วยแตก เหม็นควันน่าดูเลย แต่คนอิหร่านเค้าก็อยู่กับรถแบบนี้ อากาศดี ๆ กลายเป็นมลพิษหมด . . . อุดจมูกจนถึงตำหนักเขียวนั่นแหละค่ะ ถึงจะได้หายใจทั่วท้อง . . .

.

ตำหนักเขียว สวยงามเป็นพิเศษค่ะ ตึกหินอ่อนสีเขียว ดูหรูหรามาก ต้องบอกว่า ตำหนักขาวชิดซ้ายไปเลย อย่างนี้ต้องให้ดูใกล้ ๆ หน่อย

.

.

ด้านซ้ายของตำหนัก เราก็จะมองเห็นวิวภูเขาสลับซับซ้อน สวยมาก . . . หลับตาแล้วฝันว่าถ้ามีบ้านหลังเล็ก ๆ กับคนรับใช้ซัก 2-3 คน อยู่ตรงนี้ อากาศดี ๆ อย่างนี้ . . . . แต่อ่ะนะ ฝันก็คือฝันนั่นแหละ ม่ะมีเจ้าชายขี่ม้าขาว มีแต่ไอ้ตูด +555

.

จะเข้าไปชมเราก็ต้องใส่ถุงเท้าอีกชั้นนึง ป้องกันไม่ให้ตำหนักเปื้อนค่ะ

.

ที่นี่จะเป็นตำหนักสไตส์ฝรั่งเศสสุด ๆ แต่ละห้องประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์ทรงหลุย์ โคมไฟระย้าอลังการ แต่ที่อลังการสุด ๆ คงจะเป็นห้องนี้ค่ะ

.

.

เป็นห้องที่ระยิบระยับมาก ๆ มองขึ้นไปที่โคมไฟระย้า ตาพร่ามัวไปหมด . . . โอ้ววว แม่เจ้าหนูตาลายอ่ะ. . . (ว่าไปนั่น )

.

.

ส่วนนี่ห้องดินเนอร์ แบบว่าอาหารเที่ยงห้ามมากินนะยะ เหอะ ๆ ๆ โต๊ะและเก้าอี้ทำจากไม้เชอรี่ สั่งจากอเมริกา เพดานกรุด้วยหนังแท้จากอิตาลีสีน้ำตาล (แหะ ๆ เสียดายไม่เห็นเพดาน) จานที่ใช้ทั้งหมด สั่งมาจากบริษัท BAKARA และ LIMOGE เริ่ดขนาดไหนไม่รู้ ลองหากับกูเกิ้ลดูนะคะ ยังค่ะ ยังไม่หมด พรมทอที่อังกฤษ . . . คือ งง มาก ประเทศอิหร่านผลิตพรมเปอร์เซีย สวยสุด ๆ เศรษฐียังต้องแห่มาซื้อ แต่กษัตริย์ดันไปซื้อพรมอังกฤษมาปู เชื่อเค้าเลย

.

.

.

ดูเพลิน ๆ วนกลับมาหน้าประตูอีกแล้ว อยากออกไปชมวิวอีก แต่มีเสียงเรียก

"ฝ้าย ๆ "

"หืม . . ."

"ออกจากที่นี่อย่าลืมถอดถุงเท้าคืนเค้าไปด้วยนะ"

"เอ้อ . . . เกือบลืม "

.

.

ค่ำคืนแรกที่อิหร่าน เราทานอาหารเย็นง่าย ๆ สลัด กับ ข้าว + ไก่เคบับ + โยเกริ์ตประหลาด ทั้งเปรี้ยว ปะแล่ม ๆ แล้วก็ซ่า . . .

.

.

อิ่มแล้วก็หลับปุ๋ยอย่างว่าง่าย . . .

หลับฝันถึง นิทานสมัยเด็ก ๆ . . . อาลีบาบา . . . เข้าไปในถ้ำมหาสมบัติของโจร . . . ว้าววว . . .

ฝันดีค่ะ ทุกคน . . .

Fein ^^

PS. COMMING UP NEXT . . สมบัติแห่งชาติ มหาสมบัติของกษัตริย์อิหร่าน : แล้วเจอกันจ้า ^^

edit @ 10 Feb 2009 10:22:03 by Fein

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กรี๊ด รถม้าน่ารัก สนามหญ้าน่านอนกลิ้งจริงๆ 55

แต่ปราสาทน่าสนใจมากค่ะ สวยจังเลย เป็นพิพิธภัณฑ์เนี่ยแหละที่ฝ้ายสน

แต่เรื่องแยกชายแยกหญิงนี่ดูยุ่งยากน่าดูเลยนะคะ angry smile จะว่าไงดีล่ะ เราไม่ได้โตมาแบบเดียวกับเค้าด้วยแหละ จึงรู้สึกว่ามันออกจะวุ่นวายเกินไป

แล้วก็เรื่องความสะดวกสบายอาจจะไม่ตรงตามใจต้องการ แต่ก็นะ ไปเที่ยวห้ามคิดมาก sad smile ป้าฝ้ายไปเวียดนาม เห็นว่ารถบีบแตรอย่างกะเป็นนิสัยของคนขับรถที่ต้องบีบทุกๆหนึ่งนาที หนวกหูมาก เหอๆ

แต่ที่น่าอิจฉาก็อากาศดีๆกับวิวสวยๆเนี่ยแหละค่ะ ถ้าเค้าระวังป้องกันเรื่องมลพิษนะ

ปล.เรื่องใส่ถุงเท้าทับอีกชั้นนี่ น่าจะใช้กับเมืองไทยบ้างแฮะ sad smile

#1 By vinn* on 2008-04-22 18:14

โอ้วพระตำหนักเขียวช่างอลังการมากมาย

#2 By nonworld on 2008-04-22 18:15

Hot! Hot! Hot! Hot! สวยสุดยอดมากมากกกกกกกกก cry cry cry กี๊ซ์

#3 By HineyHelsinki on 2008-04-22 18:19

Hot!


งามอีหลีๆ
งบประมาณในการรักษาโบราณสถาน & วัตถุพวกนี้คงใช้เยอะน่าดู
big smile big smile

#4 By |:| ShaKo |:| on 2008-04-22 18:23


ตามไปเที่ยวอิหร่านด้วยคนค่ะ big smile

------ ขอตัดฉากหน่อยนะ ------

"เอ๊ะ ฝ้าย มาได้ไงเนี่ย"
"เค้าให้ไปเลยไม่ต้องแสกนอ่ะ"
"อ้าวเหรอ . . . สงสัยหน้าตาเหมือนล่ะสิ เค้าคงคิดว่าเป็นสาวอิหร่าน"

เอออ ก็ดีเนอะ สาวอิหร่านก็จมูกโด่ง ตาโต หน้าเข้ม สวยดีนินา หุหุ
^
^
^
อิอิ...น่าจะจริงค่ะ น่าจะจริง sad smile
(ไม่ค่อยเท่าไหร่เล้ย... confused smile )

ยังสนุกสนานเหมือนเดิมนะคะคุณฝ้าย big smile

ภาพสนามหญ้าเขียว ๆ แซมด้วยดอกหญ้า สีเหลือง สีขาว สลับกับแปลงปลูกดอกผีเสื้อ สวยดีค่ะ ดูแล้วไม่มีใบไม้แห้งให้ติดหัวเวลาไปนอนกลิ้งค่ะ อิอิ question

ถุงเท้าใส่เข้าไปพระตำหนัก...ก็ช่างเท่จริง ๆ เลยค่ะเออเนอะ เหมือนถุงคลุมอะไรสักอย่าง ออิ confused smile
ส่วนโคมไฟระย้าก็อลังการดีจัง..ห้องดินเนอร์ก็หรู.. big smile

แล้วจะมาติดตามชมภาค 2 นะคะ รีบ ๆ มาน๊า cry

ห้องที่ประดับซะระยิบระยังขนาดนั้น เค้าใช้เป็นห้องทำอะไรเหรอคะ สวยมากๆๆ

วิวที่มองออกไปข้างนอกแล้วเห็นภูเขาแบบนั้น
ดูสบายดีจังเลยค่ะ ต้นไม้ต้นใหญ่ดีด้วย

บ้านเมืองเค้าดูร่มรื่นดีนะคะ
ยอมรับว่าผิดจากอิหร่านในทัศนะคติของพายเลยง่ะค่ะ

ถึงจะอากาศเป็นพิษเพราะรถเก่าๆ แต่เท่าที่ดูจากรูป รู้สึกว่าบ้านเค้าสะอาดดีเน๊าะ เด็กๆ น่าตาน่ารักด้วย

ชอบสนามหญ้าที่มีดอกไม้เล็กๆ
แล้วก็รถม้านั้นจังเลย

เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าคุณฝ้ายหน้าตาหวานคมเหมือนสาวอิหร่าน คิๆๆ

#6 By p-i-e on 2008-04-22 18:38

ไม่นึกว่าอิหร่านจะสวยงามขนาดนี้ เอาไปเลยครับ Hot!

#7 By อภัย:มณี on 2008-04-22 19:29

สวยงามครับ ถ่ายภาพสวยจัง

ไม่เคยเห็นภาพอิหร่านเลยครับเพิ่งเห็นครั้งแรก นึกว่าเป็นแต่ทะเลทราย confused smile

#8 By manop on 2008-04-22 20:38

สวยมากมายครับผม
อิจฉาาาาาาาาาาาาาาาาาา

#9 By AkE on 2008-04-22 21:10

อยากไปบ้างจังเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับรูป รอติดตามตอนต่อไปค่า confused smile

อยู่ที่ออสตอนนี้ก็มีเพื่อนเป็นชาวอิหร่านสองคน นิสัยดีทั้งคู่เลยค่ะ big smile

#10 By เจนเนสซ่า on 2008-04-22 21:24

โห อลังการมากค่ะ สมแล้วที่เป็นประเทศร่ำรวย

#11 By * Night Wanderer * on 2008-04-22 21:51

ว้าว..........น่าไปจังเลยค่ะ
คิดเหมือนกันค่ะ ว่าจะต้องมีแต่สนามรบ
แต่ไหงมีแต่ของสวยๆ งาม ๆ อิอิ
..
surprised smile big smile confused smile Hot!

#12 By GoddessIsis on 2008-04-22 22:00

ไม่คิดเลยว่าจะสวยงามขนาดนี้ครับconfused smile

#13 By JAE...JAE on 2008-04-22 22:27

อลังการมากมาย
อยากไปจัง

#14 By pisces on 2008-04-22 22:43

โห ดูรูปสวยๆไป ได้ความรู้ไป ดีจัง
ไอ้เรารึ เที่ยวมา ได้มาแต่รูป มันคืออะไรยังไม่ค่อยรู้เลย ก๊าก
แล้วก็วิ่งไปอัพบล็อคต่อ...จะเสร็จมันอาทิตย์นี้ T_T

โอววหรูหรา > <

หญ้า น่านอนกลิ้งมากกเลยเค่อะconfused smile

ดูจากภาพแล้วอากาศน่าจะเย็นสบายกำลังดีเลย...โอยยเห็นแร้นอยากไปมั่งง

#16 By F Y on 2008-04-23 01:06

ช่วงสงกรานต์ใครๆ ก็ไปเที่ยวเมืองนอกกันเยอะ
ที่บินนานเพราะหนักน้องฝ้ายน่ะแหล่ะ มิใช่เหตุใดอื่น
เมืองเค้าสวยแปลกๆ น่าเที่ยวเหมือนกันแฮะ
เด็กๆ เข้าแถวน่ารักจังเลย
เพื่อนไปเที่ยวทัชมาฮาลเพิ่งกลับมาเห็นเค้าใส่ถุงเท้าครอบรองเท้าแบบนี้เลย น่าเก็บกลับมาฝากเฮียซักคู่ ไว้ชมกาแฟ

right here waiting for next entry ja

#17 By จั่นเจา on 2008-04-23 08:17

ได้เปิดหูเปิดตาไปกับคุณฝ้ายด้วยคน
รูปโคมไฟนั่นมันช่างเลิศหรูอลังการจริงๆเลย

#18 By eeddy(อี๊ด) on 2008-04-23 10:48

ภาพไหนไม่สู้เท่า
ดงดอกไม้
เปนคนแพ้ดอกไม้
คลั่งไคล้
^^

#19 By Nokontherock on 2008-04-23 13:24

เป็นประเทศที่น่าไปมากมากเลยค่ะ สวยอลังการ และ เรื่องราวแปลกตา

#20 By V@R on 2008-04-23 13:57

อ่านแล้วคิดถึงอิหร่านจังค่ะ

เคยได้ไปผจญภัยมาคนเดียว
เป็นประสบการณ์ไม่รู้ลืม

ขอบคุณ Blog นี้ ที่ทำให้กลิ่นของอิหร่านกลับมาอีกครั้ง

#21 By + Queen of Paranoia + on 2008-04-23 22:25

ฝ้ายน้องรัก
มาชี้ทางสว่างไปวัดเล่งเน่ยนี่ 2
http://janjow.exteen.com/20080417/entry

#22 By จั่นเจา on 2008-04-24 22:56

ว่ายังไงดี...อ่านจบแล้วรู้สึกเป็นเมืองที่น่าอยู่จัง

สะอาด เขียวๆดีค่ะพี่

เหมือนเมืองในฝันเลย
ทั้งๆที่ไม่คิดว่าอิหร่านจะเป็นเมือง
แนวๆนี้นะค่ะ
ว่ายังไงดี...อ่านจบแล้วรู้สึกเป็นเมืองที่น่าอยู่จัง

สะอาด เขียวๆดีค่ะพี่

เหมือนเมืองในฝันเลย
ทั้งๆที่ไม่คิดว่าอิหร่านจะเป็นเมือง
แนวๆนี้นะค่ะ
big smile เจ๋งสุดๆไปเลยค๊าบบ confused smile

อ่านยังไม่จบเลย เดี๋ยวมาอ่านใหม่ เฮ้อ..วัยรุ่นเซ็ง

ปล. ลานหญ้าที่มีดอกไม้เล็กๆ สวยมากๆ

#25 By >t-O.y: on 2008-04-25 20:23

บ้านเมืองเขาสวยงาม สะอาดตาดีจัง ไม่รู้จะมีโอกาสไปเห็นเองหรือเปล่า
อิจฉาเจ้าของบล็อกจริงๆ ค่ะ Hot!

#26 By RogerWilco on 2008-04-26 20:54

ทำไมอิหร่านสวยจังเลยค่ะ อยากจะไปมากเลยค่ะต้องทำยังไงค่ะhttp://www.dekyim.org

#27 By sone (118.172.72.85) on 2008-04-29 14:28

ไปทัวร์อะไรเหรอครับ

น่าสนใจจัง

#28 By riddler on 2008-05-07 12:36

http://bric.exteen.com/20080507/iran
คุณฝ้ายคะ VaR Show postcard คุณฝ้าย ไว้ที่ Entry นี้นะคะbig smile

#29 By V@R on 2008-05-07 17:49

แวะมาทักทายคุณฝ้ายค่ะ

ฝนตกแล้ว...รักษาสุขภาพน๊า big smile
เอ..เหมือนจะมีภาคต่อไปให้รอชมด้วยใช่มั๊ยค่ะ
รอชมอยู่น๊า double wink
สวยมัก...ๆๆเลย เหงแล้วอยากไปอ่ะ
เป็นลูกครึ่ง ปากีสถาน เคยไปแต่ปากี.... แต่ที่นี้ก็สวยไม่แพ้กันเลยน่ะ

#31 By ฟิชฮาส (202.91.19.192) on 2008-05-14 14:19

แหมแจ่มแมวเลยคุณฝ้าย ทั้งเรื่องและบทความHot! Hot! big smile

#32 By art on 2008-05-28 18:36

นี่คุณฝ้ายตื่นหรือยังจ๊ะ ผมหลับไป 18 ตื่นแล้ว คุณฝ้าย ก็ยังไม่ตื่นซะทีเนอะ..เง้อ

อ่ะๆ เอาไปอีก 2 ดาวนะ Hot! Hot!

#33 By art on 2008-06-03 20:55

หายไปนานเลยนะน้องฝ้าย
fein..where r u?

#34 By จั่นเจา on 2008-06-07 23:41

เจ้าของบล็อกไปเที่ยวที่ไหนหนอ รออ่านตอนต่อไปมาเดือนกว่าแล้ว...
ยังไงก็ขอให้เที่ยวสำราญ อยู่บ้านสุขใจนะคะ

#35 By RogerWilco on 2008-06-15 19:48

อยากไปมั่งจัง...เฮ้อ

#36 By bu on 2008-06-17 14:52

แหม....แหม
เราไม่ได้เข้ามาในนี้นาน ฝ้ายไปเที่ยวมาอีกแล้วน้า.....
แอบอิจฉานะเนี่ย
แต่ชอบที่ฝ้ายมาเล่าให้ฟังนี่แหล่ะ มันเหมือนได้ไปด้วยน่ะbig smile
ยังคิดถึงกันเหมือนเดิมนะจ๊ะ

#37 By NooN on 2008-06-25 13:07

สวยมาก อยากไปบ้างจังครับ ชอบโคไมนี ด้วยอะจ้า

#38 By BirdEyeView (58.9.125.83) on 2008-07-06 19:09

sad smile
ฝ้ายหายไปไหน

#39 By AkE on 2008-07-21 10:34

แว๊บมาทักทายคุณฝ้าย...double wink

หายไปไหนแล้ว ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
รีบกลับมาด่วนเลยน๊า...มีคนคิดถึงจ้า big smile
ว้าววววววววววว
ดูแล้วอยากไปเห็นด้วยตาตัวเองจังsad smile

#41 By Look^0^pud on 2008-08-15 10:35

งามจริง

#42 By ดุลลอฮ (124.120.149.177) on 2009-04-08 13:53


จ๋าแนะนำให้มาอ่านรูปสวยจริงๆเลยพี่

รีวิวได้ละเอียดทุกเม็ดเลย หุหุ

#43 By zakk on 2009-05-06 13:04