I lost my heart in Heidelberg.
posted on 12 Mar 2008 13:38 by fein in Travel-EuropeI lost my heart in Heidelberg.
ไฮเดลแบร์ก . . . เมืองมหาวิทยาลัยริมแม่น้ำเนคคาร์ (Neckar) ที่มีปราสาทเก่าที่มีชื่อเสียงจากคริสต์ศตวรรษที่ 14 ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา . . . เพียง 80 กม ลงไปทางใต้ของเมือง แฟรงเฟิร์ต (Frankfurt) มหานครที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางการค้า การคมนาคม ของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันนี
.
.
ต้องบอกว่าที่นี่เป็นที่ยอดฮิตของนักท่องเที่ยวค่ะ ใครไปเยอรมันนี ไม่เคยไปที่นี่ ถือว่าแปลกมาก ๆ ๆ ๆ ด้วยความที่ใกล้กับแฟรงเฟิร์ตมากนั่นเองค่ะ . . . มีนักประพันธ์เพลงชาวเยอรมัน . . . . แต่งเพลงชื่อว่า
"Ich hab mein Herz in Heidelberg verloren"
หรือว่า "I lost my heart in Heidelberg."
มาดูกันดีกว่าค่ะว่าจะ Lost จริงหรือเปล่า
.
.
รอบนี้เป็นการไปเที่ยวคนเดียวเมื่อครั้งที่ไปสอบ Defense ก่อนกลับเมืองไทย มีโอกาสไปพักกับเพื่อนสุ ที่แฟรงเฟิร์ต 3 - 4 วัน เพื่อนต้องไปทำงาน ไอ้เราก็หาที่เที่ยวไปเรื่อย ๆ ค่ะ . . .
ตื่นเช้า ไปรอรถไฟที่สถานี Franfurt Süd (แฟรงเฟิร์ต ซุด) สถานีใกล้บ้าน ต้องบอกว่าจากสถานีนี้ ทำให้ไปไฮเดลแบร์กใกล้กว่าปกติ เพราะสถานีนี้อยู่ทางใต้ของแฟรงเฟิร์ตนั่นเองค่ะ (Süd แปลว่า ใต้)
.
.
ออกจากบ้านอากาศเย็น ๆ ก็เลยเตรียมมาเพียบค่ะ ทั้งผ้าพันคอ เสื้อหนาว . . .
ระหว่างรอรถไฟ ที่ด้านหน้าสถานีก็มีตลาดนัดค่ะ ได้ดูอะไรแปลก ๆ นิดหน่อย
.
อย่างมะเขือเทศหน้ายู่ยี่ยับเยิน แต่ลูกโตเบอเร่อ . .
.
.
ส่วนนี่ ลูกมะเดื่อ หรือลูกฟิกซ์ (Feigen)
.
ในภาพเค้าเขียนว่า Frische-Feigen (แปลว่าลูกมะเดื่อสด) ขายเป็นลูกค่ะ ลูกละ 0.60 EUR แพงนะเนี่ย
.
.
จากนั้นก็ขึ้นรถไฟมา Heidelberg คนเดียว ระหว่างเดินทางฝนก็เทลงมา เอื๊อก . . . ดีใจ เอาร่มมาด้วย หุหุ เสื้อหนาวเตรียมมาพร้อม รวมไปทั้งผ้าพันคอ กะแล้ว . . . ฝนต้องตก
.
.
มาถึงแล้วก็ต้องหารถประจำทาง เพื่อจะไปเขตเมืองเก่า (Altstadt) ค่ะ เพราะจุดมุ่งหมายของวันนี้ก็คือ ชมปราสาท และแม่น้ำเนคคาร์ . . .
จับรถได้มาจนถึงเส้นทางคนเดิน ที่ถนน Hauptstrasse (high street) เป็นถนนสายช็อปปิ้งของเมืองที่มีแต่ผู้คนพลุกพล่าน ห้ามรถเข้า เราก็ต้องเดินต่อ . . .
อย่างที่บอกค่ะ เมืองมหาลัยเก่าแก่ เดินผ่านห้องสมุดของมหาลัยไฮเดลแบร์กด้วย
เก่ามาก ๆ ดูขลังสุด ๆ . . .
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เล่านิดนึงค่ะ มหาลัยนี้ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1386 ค่ะ ประวัติของเค้านานถึง 622 ปีทีเดียว (ณ ปี 2008) ปัจจุบันมีนักเรียนประมาณ 4,500 คน โดยมีทั้งนักศึกษาเยอรมัน และนักศึกษาต่างชาติ จาก 130 ประเทศทั่วโลก มาเรียนที่นี่ค่ะ . . .
ชื่อที่รู้จักกันในเยอรมันนีก็คือ Ruprechts-Karls-Universität แต่ชื่อที่เป็นทางการก็คือ University of Heidelberg นั่นเองค่ะ ที่นี่สอนทั้งด้านการแพทย์ ปรัชญา กฎหมาย ภาษา วัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ ไบโอ เคมี วิทยาศาสตร์ . . . . เพียบค่ะ
.
ไปกันต่อเนอะ . . .
.
ตอนนี้ก็มาถึงกลาง Market Place ของเมือง . . . Market Place หรือ Marktplatz จะเป็นจุดใจกลางเมืองที่มีผู้มาชุมนุมซื้อขายกันค่ะ คล้าย ๆ กับตลาดนัดค่ะ
ตรงนี้คือใจกลางของ Market Place เป็นที่ตั้งของโบสถ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดใน Heidelberg ค่ะ ชื่อว่า Church of the Holy Spirit หรือ Heiliggeistkirche ภาษาเยอรมันเนี่ย ถ้าเป็น Kirche เนี่ย เดาไปเลยว่าโบสถ์ ส่วนข้างหน้าก็เป็นชื่อค่ะ
.
ถนนข้าง ๆ โบสถ์ก็จะเป็นที่ตั้งร้านค้า เหมือนตึกแถวบ้านเรา แต่ฝ้ายว่าของเค้าดู Classic กว่านะ
สีสันก็สวยกว่าด้วย
.
บางตึกก็จะเป็นตึกเก่าโบราณ ที่เค้ายังอนุรักษ์ไว้ . . .
.
นี่ไงคะ ชื่อตึก Haus zum Ritter (Knight's house) เป็นบ้านของอัศวินค่ะ สร้างในปี ค.ศ. 1592 ถูกดัดแปลงเป็น Guest House ในปี 1705 ที่นี่เค้าโปรโมตความโรแมนติกค่ะ
.
.
ส่วนนี่ก็เป็น Rathaus หรือว่า ที่ว่าการของเมืองนั่นเองค่ะ อยู่ตรงข้ามกับโบสถ์ . . . แดดเริ่มออกแล้ว หลังจากฝนตก ผู้คนก็เริ่มออกมานั่งตาแดด ดื่มกาแฟตรงลาน Market Place นี่แหละค่ะ
.
.
ก่อนเราจะขึ้นปราสาท เราไปดูแม่น้ำกันก่อนดีกว่าเนอะ
.
.
ทางขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำเนคคาร์ค่ะ ต้องเดินเข้าไปในตรอกเล็ก ๆ หน่อย เพื่อไปถึง ประตูสะพานเก่าค่ะ
.
ส่วนนี่ สะพานลิง +555 ตรงนี้เป็นส่วนของ The "bridge monkey" ที่อยู่ใกล้ ๆ กับประตูสะพานเก่านี่แหละค่ะ
.
ข้ามประตูสะพานไปก็จะเจอ ชายอ้วนเฝ้าสะพาน +555 เอ่อ . . . เค้าคงเป็นใครซักคนที่สำคัญ แต่ลืมดูป้ายค่ะ ขออภัย
.
ดูสะพานเต็ม ๆ ค่ะ วิ่งไปถ่ายริมถนนข้าง ๆ . . .
.
จากสะพาน เราก็จะเห็นเขตเมืองเก่า และปราสาทเก่า ตั้งอยู่บนเขานู่นเลยค่ะ . . .
แดดเริ่มร้อนแล้วค่ะ ฝ้ายเริ่มมีปัญหากะสารพัดสิ่งที่ติดตัวมา เอิ๊ก ๆ ผ้าพันคอเอย แจ็กเก็ตตัวใหญ่เอย ร่มอีก . . . ต้องเริ่มถอดออก แต่นะไม่ได้เอาเป้มา ไม่รู้จะยัดไว้ไหน เริ่มไม่สะดวกแระ ต้องถือกล้องอีก
. . .
.
.
จริง ๆ ว่าจะลองไปเดินฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ที่เค้าเรียกว่าเป็น Philosophenweg ซึ่งจะต้องปีนเขาขึ้นไป เพื่อจะสามารถมองเห็นเมืองเก่าทั้งหมด รวมทั้งปราสาทได้อย่างชัดเจนจากมุมสูงค่ะ . . . แต่ตัดสินใจว่าไม่ไป เพราะว่าสมบัติมันเยอะเกินไป ไม่รู้จะแบกขึ้นไปยังไงนะเนี่ย
.
ไปกินข้าวดีกว่าบ่ายโมงแล้ว เพื่อความรวดเร็วอาหารเที่ยงเป็นขนมปังทูน่า กะโค๊ก . . . ทานเสร็จก็มุ่งหน้าไปปราสาทค่ะ คาดว่ามีตัวช่วย หุหุ . . .
เดินกลับเข้าไปยังฝั่งเมืองเก่า แล้วก็ผ่าน Market Place ไป ตามป้ายบอกทางไปเรื่อย ๆ ค่ะ
ผ่านน้ำพุ เมืองเก่า ๆ จะมีน้ำพุเยอะมากเลย . . .
ผ่านตึกน่ารักอีกแล้ว
.
ต้นไม้น่ารัก . . .
เดินจนแฮ่กเหมือนกันค่ะ และแล้ว ฝ้ายก็ขอใช้ตัวช่วย +555
ที่นี่ก็คือสถานีรถไต่เขา (Bergbahnen = Mountian Railway) ขึ้นไปที่ปราสาทค่ะ สามารถขึ้นไปสูงกว่าจุดของปราสาทก็ได้ สามารถมองเห็นปราสาทจากมุมสูงได้ค่ะ แต่ฝ้ายขอแค่ปราสาทก็พอนะ เมื่อยแระ เที่ยวมากเดี๋ยวจะกลับเย็นเกินไป . . . อ้อ บางคนเค้าก็ไม่ใช้ตัวช่วยนะคะ ใช้วิธีเดินขึ้นอย่างเดียว เพราะข้างบนเค้าไม่มีที่จอดรถให้นักท่องเที่ยวค่ะ
.
ไต่ขึ้น มองมาข้างล่าง วิ้ววว สบายขาจังเลย อิอิ . . แต่ต้องจ่ายตังค์ 3 Eur ค่ะ
.
ขึ้นมาถึงแล้ว เสียตังค์ต่อ ค่าผ่านประตู 2.50 Eur จากนั้นก็เดินชมตามอัธยาศัยค่ะ
.
ป้อมเก่า ๆ . . .
เก่าและผุพัง . . .
มานี่ก็ต้องทิ้งร่องรอยไว้บ้างค่ะ . . .
.
แดดหุบอีกแล้ว เบลอ หน่อยนะคะ . .
นักท่องเที่ยวเยอะเหมือนกันค่ะ . . . หัวดำเพียบ มากะทัวร์ แต่เราไปคนเดียว ไม่ได้คุยกะใครเลย
ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในสไตล์ผสมระหว่าง โกธิค (Gothic) และ เรเนซองค์ (Renaissance) ค่ะ ที่เป็นแบบนี้เพราะส่วนต่าง ๆ ในปราสาท สร้างไม่พร้อมกันค่ะ
เริ่มสร้างส่วนแรกโดย Prince Elector Ruprecht III (1398 - 1410) จากนั้นก็ Prince คนอื่นสร้างอีก สร้างไปสร้างมา กลายเป็นปราสาทใหญ่เบอเร่อเนี่ยแหละค่ะ
.
ดูใกล้ ๆ บ้างนะคะ ละเอียดสุด ๆ . . .
.
.
.
ไปเดินดูข้างในกันบ้าง . . .
ก็ไม่ค่อยมีอะไรดูเท่าไหร่ นอกจากนี่ค่ะ
ถังเบียร์ยักษ์ . . . คนต้องปีนบันไดด้านขวาขึ้นไปดูนะนั่น . . .
.
ความจุ 221,726 ลิตร สร้างในปี 1751 . . .
เลี้ยงได้ทั้งปราสาท เมาาาาเละ . . .
.
ห้องยา . . . แอบถ่ายนะเนี่ย เค้าไม่ให้ถ่ายรูปข้างในค่ะ
.
ออกมาข้างนอกต่อ มีผนังเก่า ๆ อีกฟาก คิดว่าพื้นที่ส่วนนี้ เค้าคงทำเป็นสำนักงานน่ะค่ะ
.
ออกไปเดินในสวนบ้างค่ะ
.
ซากป้อม . . . แหว่งซะแล้ว . . .
.
ที่ไม่แหว่งก็มีค่ะ
.
สวนในปราสาท . . . ฤดูใบไม้ร่วงแล้วค่ะ
สนามหญ้า น่าวิ่ง มีคนพาสุนัขมาวิ่งเหมือนกัน ตรงสวนเดินเข้ามาได้เลยค่ะ ไม่เสียตังค์
.
แล้วก็เจอ . . . แผนภาพเก่า ๆ ของปราสาท และ Heidelberg ในอดีตค่ะ เห็นสะพานแม่น้ำด้านขวามือไม๊คะ เป็นที่ ๆ ฝ้ายพาไปดูทีแรกนั่นแหละค่ะ
.
.
เดินไปจนสุด สวน มองเห็นเขตเมืองเก่า และแม่น้ำเนคคาร์ อย่างสวยเลยค่ะ ดูสิคะวันนี้เดินเยอะจริง ๆ
.
ชมนก ชมไม้ ชมวิว . . . นั่นสินะคะ ทำไมเค้าถึงมีเพลง I lost my heart in Heidelberg.
สวยและโรแมนติกอย่างงี้นี่เองค่ะ
.
.
ถึงเวลากลับแล้ว
ลงจากปราสาท แล้วก็เดินกลับไปทางเดิมค่ะ
ถ่ายรูปมาอีกนิดหน่อย
.
ป้ายร้านเค้าน่ารักดีนะคะ
.
รูปสุดท้ายค่ะ . . . มีขายรูปข้างทางด้วย . .
.
.
จากนั้นก็กลับแล้วค่ะ ทำเวลา ทำเวลา . . .
Fein ^^
.
.
PS. เมื่อวานซืนฝนตก ฟังเพลงนี้เพราะดี . . . ก็เลยเอามาแปะให้ฟังค่ะ
.
.
edit @ 12 Mar 2008 16:23:24 by ``Fein ` ๏_๏ ่':๏๏๏๏๛
edit @ 10 Feb 2009 10:22:41 by Fein

#1 By V@R on 2008-03-12 14:06