พอดีคุณหลานเค้าส่งนิยายตอนต่อไปมาอีกแล้ว แต่งยาวขึ้นทุกที สงสัยจะติดใจแต่งนิยายไปแล้ว....:)

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

นิยายน้ำเน่า-ความรักภาคมหาลัย ตอนสาม

ตอนเก่าๆ ไปหาอ่านดูใน Blog นะครับ

* นี่คือนิยาย เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งสมมตินะครับ *

...

หลังจากที่อุ้มบอกผมว่าโบว์แอบชอบผมอยู่ มันทำให้ผมพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว...

"แล้วกอล์ฟล่ะ คิดว่าโบว์เป็นยังไงบ้าง" อุ้มถามผม

"ก็ดีนะ โบว์ก็น่ารักดี" ผมตอบ

"เหรองั้นกอล์ฟก็จีบเลยสิ เดี๋ยวเราช่วยเต็มที่" อุ้มยุผมต่อ

"อะนะ" ผมคงไม่สามารถพูดอะไรได้มากกว่านี้อีกแล้ว ในใจก็อยากจะปฏิเสธเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะพูดยังไงดี อีกอย่างผมเองก็เกรงใจอุ้มด้วย ไม่อยากจะทำให้เธอคิดว่า ผมจะทำเพื่อนเธอเสียใจ แล้วก็กลัวว่าเธอจะถามเหตุผล ซึ่งผมคงไม่กล้าบอกว่า เพราะผมชอบเธออยู่... เฮ้อ ทำไมเป็นคนแบบนี้นะเรา

หลังจากถึงหอแล้ว ผมขอบใจเธอ แล้วก็บอกให้เธอขับรถกลับบ้านดีๆ ในขณะที่เธอเองก็ย้ำกับผมว่า

โบว์ชอบผมมาก อย่าทำให้โบว์เสียใจล่ะ ซึ่งก็ยิ่งทำให้ผมไม่กล้าที่จะบอกความจริงกับเธอไปใหญ่

คืนนั้นผมนอนไม่หลับอีกแล้ว ไอ้ตูนก็ไปกินเหล้าอยู่หอไอ้โก้ ไม่มีใครอยู่ที่หอ อยู่คนเดียวยิ่งฟุ้งซ่าน ผมคิด เลยโทรไปหาไอ้ตูน ปรากฏว่ามันก็ยังกินกันอยู่แถมเริ่มเมาโวยวายกันแล้ว ไอ้โก้ก็บ่นว่าผมว่า ไม่สนใจมัน มัวแต่ไปหาสาว ผมก็เลยออกไปกินกับพวกมันที่หอ อย่างน้อยไปเจอเพื่อนๆที่สนิทๆกัน ก็คงจะทำให้ลืมสิ่งที่รบกวนจิตใจผมอยู่ตอนนี้ได้

...

ผมกำลังนั่งเล่นเกมส์อยู่ที่หอ วันนี้ไอ้เม้งมาสิงอยู่ห้องผมอีกแล้ว ส่วนไอ้ตูนก็นอนอ่านการ์ตูน รอต่อคิวเล่นเกมส์ วันนั้นเป็นวันเสาร์พวกเราไม่มีเรียนกัน อีกอย่างก็เป็นเด็กต่างจังหวัดกันทั้งนั้น วันหยุดอย่างนี้ก็เลยได้อยู่แต่หอ นั่งเล่นเกมส์กันทั้งวัน และแล้วเสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น

"เฮ้ย ไรว้า โห แม่งกด Stop ตอนนี้ นี่พี่เบ็คกูกำลังจะลากไปยิงอยู่แล้ว" ไอ้เม้งบ่นหัวเสีย ที่ผมหยุดเกมส์จะไปรับโทรศัพท์

"แป๊บสิวะ โทรศัพท์กูมา ไอ้ตูนมึงไปเล่นแทนกูหน่อยสิ" ผมบอกไอ้ตูนขณะเดินไปหยิบโทรศัพท์ เป็นโบว์นั่นเองที่โทรมา

"ฮัลโหล ครับ" ผมรับโทรศัพท์

"กอล์ฟเหรอ นี่โบว์นะ วันนี้ว่างหรือเปล่า" โบว์ถามผม

"อืมว่างสิ ทำไมเหรอ" ผมรับ

"โบว์ว่าจะชวนกอล์ฟไปดูหนังน่ะ" โบว์ชวน

"เหรอ แล้วมีใครไปบ้าง" ผมถาม

"ก็มีแค่โบว์นะแหละ คนอื่นเค้าไม่ว่างกันน่ะ" โบว์ตอบ

"ได้ๆ เดี๋ยวเราไปหา" ด้วยความที่ผมปฏิเสธคนไม่เก่ง หรือจริงๆคือไม่รู้จะปฏิเสธยังไง ก็ตอบรับคำชวนของโบว์ไป

หลังจากวางหูแล้ว ผมก็เดินจะไปอาบน้ำ เตรียมออกไปข้างนอก จังหวะนั้นเองไอ้เม้งก็ถามผมขึ้นมา

"เฮ้ย จะไปไหนวะ" ไอ้เม้งถาม

"ออกไปข้างนอกน่ะ ไปดูหนัง" ผมตอบ

"ใครโทรมาชวนวะ โบว์เหรอ" มันถามต่อ

"เออ มึงรู้ได้ไงวะ" ผมสงสัย

"ไปกันกี่คน" มันถามอีก

"สองคน เห็นคนอื่นไม่ว่าง" ผมตอบมัน

"กูจะบอกไรให้ ไอ้กอล์ฟรู้หรือเปล่า กูว่าโบว์แอบชอบมึงนะ" มันเดาเก่งชิบหาย ผมคิดในใจ

"มึงรู้ได้ไงวะ ใครบอกมึง มั่วเปล่า เค้าไม่เห็นเคยพูดสักคำว่าชอบกู" ผมบอกมัน

"ห่านี่ ไม่มีใครบอกหรอก กูเดาเอา สังเกตมานานแล้ว กูว่าท่าทีเค้าสนใจมึงอยู่"

"แล้วอีกอย่าง ใครเค้าจะบอกมึงตรงๆว่าชอบ ไม่ใช่การ์ตูนญี่ปุ่นนะเว้ย จะได้เขียนจดหมายมานัดเจอกัน แล้วมาบอกว่า เราชอบนายอยู่ มาคบกับเราเถอะ" มันได้ที ใส่ผมใหญ่

"มึงน่ะ มั่นใจในเซ้นส์ของกูได้เลย คาสโนว่าเม้งซะอย่าง ไม่มีทางพลาด ฮ่าๆๆ" มันขำ จริงๆผมก็เกือบขำมันเหมือนกัน คาสโนว่าเม้งไรวะ สุภาพบุรุษไร่แห้วมากกว่า...

"เออ แล้วแต่จะคิดว่ะ กูไปอาบน้ำก่อนนะ แล้วมึงจะไปด้วยกันมั้ยล่ะ" ผมพูดกับมัน

"ไม่หรอก ไปสวีทกันสองคนเถอะ ไม่อยากไปเป็นส่วนเกินว่ะ คนเค้าจะหวีดวี้ดวิ้วกัน" มันย้อนผม แถมทำหน้ากวนตีนใส่อีก

"ไอ้กอล์ฟจะมีแฟนแล้วเหรอวะ อย่างนี้ต้องฉลองว่ะ กลับมาแล้วไปแดกเหล้ากันนะเว้ย เดี๋ยวกูไปชวนคนอื่นดีกว่า" คราวเป็นไอ้ตูน ผสมโรงกับไอ้เม้ง เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียว

ผมไม่สนใจ เดินเข้าห้องน้ำไป อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ตอนผมกำลังจะเดินออกจากห้อง พวกมันยังแซวไล่หลังผมอีก

"กลับมาก็อย่าลืมมาเล่าให้เพื่อนฟังนะเว้ย พวกกูรอฟังเรื่องดีๆอยู่.... ฮิ้ว...ว" ผมเดินออกไป ไม่สนใจเสียงแซวของพวกมัน

...

หนังที่ผมไปดูกับโบว์วันนั้น ก็เป็นแนวโรแมนติกคอมมาดี้ หนังสนุกดีทีเดียว แถมเหมาะกับไปดูกันเป็นคู่มาก หลังจากดูหนังเสร็จเราก็ทานข้าวเย็นด้วยก่อนกลับ วันนี้โบว์ชวนผมคุยเยอะเป็นพิเศษ ส่วนผมก็คุยกับเธอโดยพยายามทำตัวเป็นปกติที่สุด วันนั้นเราต่างคนต่างกลับเพราะเธอเองก็ขับรถที่บ้านมา ขณะที่ขับรถกลับไอ้ตูนก็โทรมา

(คำเตือน การใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถเป็นอันตรายนะครับ ตัวผมเองใช้แฮนด์ฟรีตอนขับรถครับ)

"เออ กอล์ฟเหรอ ดูหนังเสร็จยังวะ" ไอ้ตูนถาม

"เสร็จแล้ว นี่กูกำลังกลับ" ผมบอกมัน

"เออดีมาก คืนนี้ที่เดิมนะ ตอนนี้พวกกูล่วงหน้าไปไกลแล้วนะ รอมึงมานี่แหละ" มันบอกผม

"นี่เอาจริงหรือวะ ไม่พักกันบ้างเหรอไง" ผมบอกมันไป

"เฮ้ย คืนนี้พิเศษเว้ย เพื่อมึงโดยเฉพาะ อีกอย่างคืนนี้ก็วันเสาร์เอาน่า มาเลยนะ พวกกูรออยู่" มันคะยั้นคะยอ

"เออๆ ก็ได้เดี๋ยวกูไป แล้วเจอกันเว้ย" ผมพูดตัดบท

พอผมไปถึงที่ร้าน พวกมันก็ตั้งหน้าตั้งตาแซวผมกันใหญ่ ส่วนผมก็ได้แต่ปฏิเสธไปว่าไม่มีอะไรกัน เป็นแค่เพื่อน แถมปรามว่าอย่าไปพูดมาก เดี๋ยวเค้าได้ยินจะมาโกรธผมเปล่าๆ มันกลับได้ใจหาว่าผมเกรงใจเค้าออกนอกหน้าไปเสียอีก ผมก็เลยได้แต่ทำใจ

หลังจากกินไปสักพักผมก็รู้สึกมึนๆนิดหน่อย เอาเหอะกินที่ร้านแถวหอ ถ้าขับรถไม่ไหวก็จอดไว้ที่ร้านก็ได้ ตอนเช้าค่อยมาเอา เช้าวันอาทิตย์คงไม่โดนใบสั่งหรอก ผมคิด

นั่งกินไปสักพัก ขณะที่คนอื่นก็เฮฮากันไป ไอ้เม้งที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ถามผม

"เป็นไงบ้างวะ วันนี้ สวีทกันขนาดไหนวะ" มันถามผม

"ไม่มีไร ก็ดูหนัง กินข้าวแล้วก็ต่างคนต่างกลับ" ผมตอบ

"แล้วท่าทางเค้าชอบมึงจริงหรือเปล่า" มันถามผมต่อ

"ไม่รู้เว้ย ใครจะไปรู้วะ กูอ่านใจคนไม่ออกหรอก" ผมตอบไป

"แล้วตัวมึงล่ะ คิดยังไงกับเค้าวะ" มันยังเซ้าซี้ผมอีก

"กูไม่ได้คิดอะไรกับเค้าหรอก แค่เพื่อนกัน" ผมตอบ คราวนี้ไม่มีอึ้งแฮะ สงสัยเพราะคุยกับเพื่อนสนิท แถมเมานิดหน่อย เวลาเหล้าเข้าปากก็ยังเงี้ย เริ่มพูดมาก แถมไม่ค่อยอาย

"เหรอวะ โบว์ออกจะน่ารัก แถมมึงก็ไม่มีแฟน หรือว่ามึง...เป็น...เป็น" มันแกล้งทำหน้าตกใจ

"อ้าว ไอ้ห่า กูไม่ได้เป็นเกย์เว้ย กูชอบคนอื่นต่างหาก" ผมหลุดปากไป เพราะฤทธิ์เหล้าแท้ๆ มันหูผึ่งทันที

"ใครว้า คนแถวนี้หรือว่าที่อื่น" มันซัก

"คนแถวนี้" ผมตอบ

"คนแถวนี้..." มันทวนคำพูดผม ทำหน้าครุ่นคิด "มึงเองก็ไม่ได้มีเพื่อนผู้หญิงอะไรมากมาย ก็มีกลุ่มโบว์นี่แหละ ที่มึงสนิทด้วยมากๆ แล้วกลุ่มนี้คนอื่นก็ไม่มีใครน่าสนใจ นอกจาก....เฮ้ย! อย่าบอกนะว่ามึงชอบอุ้ม" ผมยอมรับแล้วว่า เซ้นส์มันเชื่อถือได้จริงๆ แต่ไอ้ประโยคหลังนี่สิ แม่งดันพูดออกมาซะดังเชียว เล่นเอาคนอื่นในโต๊ะ หันมาสนใจบทสนทนาของผมกับไอ้เม้งขึ้นมาทันที

"เออ" ผมตอบ ตอนนี้ก็ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไมแล้ว ได้บอกใครออกไปก็ดี

"โห เล่นของสูงว่ะ"

"อุ้มนี่โคตรคุณหนูเลยนะ"

"มึงจะเอาอะไรไปจีบเค้าวะ"

"ขนาดไอ้แพทที่ว่าทั้งรวยทั้งเจ๋ง ยังจีบไม่ติดเลย"

"แห้วแน่มึง รับประกันได้เลย"

ดูแต่ละคำ เพื่อนดีๆ กันทั้งนั้น ไม่ให้กำลังใจกันเลย แต่จากนั้นก็มีคำพูดให้กำลังใจอยู่ประโยคนึงดังขึ้นมา ซึ่งมาจากไอ้ตูน รูมเมทซี้ปึ้กของผมนะเอง

"กูว่ามึงพยายามดูก็ไม่เสียหายนะ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย" อืม คำพูดนี้ทำให้ผมมีกำลังใจ

"แต่กูก็ยังฟันธงอยู่ดี ว่ามึงแห้วชัวร์ โอกาสจีบติดน้อยมาก กูว่าคุมทีมชาติไทยไปบอลโลกยังจะง่ายกว่า" โห แม่ง เจอประโยคนี้เข้า กำลังใจก็หายหมดทันที

"เออ ๆ ขอบใจมาก ไม่ต้องพูดอะไรแล้วล่ะ กูซึ้งแล้ว" ผมตัดบท กินเหล้าดีกว่า เซ็ง....

...

หลังจากนั้น กับอุ้มและเพื่อนๆเธอ รวมทั้งกับโบว์ ผมก็ยังเป็นเหมือนเดิม โดยเฉพาะกับโบว์ ซึ่งผมพยายามที่จะไม่ทำให้เธอคิดมาก ยิ่งนานไปผมยิ่งรู้สึกได้ว่าเธอชอบผม และผมรู้สึกว่า ผมน่าจะบอกกับเธอไปตรงๆ แต่ผมก็ไม่แน่ใจ กลัวบอกไปแล้วกลายเป็นจริงๆเธอไม่ได้คิดอะไร จะกลายเป็นว่าผมเป็นคนหลงตัวเองไปเปล่า แต่เรื่องนี้อุ้มเป็นคนบอกผมนะ เธอคงไม่หลอกผมหรอก แล้วช่วงนี้โบว์ก็ชวนผมไปนู่นไปนี่บ่อยๆ ด้วย ผมเองก็ไม่เคยปฏิเสธอย่างนี้จะเป็นการให้ความหวังเธอหรือเปล่าเนี่ย จะทำยังไงดี เฮ้อ...ยิ่งคิดยิ่งสับสน

...

แล้ววันรับน้องก็มาถึง ที่คณะผมมักจะไปรับน้องที่ทะเลเป็นประจำเพราะสามารถทำกิจกรรมได้สะดวก และหลากหลาย ส่วนผมเองก็คงไม่พลาด เพราะผมชอบทะเลอยู่แล้ว

ในคืนวันที่สองซึ่งพวกปีสี่ไม่ต้องทำอะไรมาก เพราะกิจกรรมส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของปีสองและปีสาม ส่วนพวกปีสี่ และพี่ๆที่จบไปแล้ว ส่วนใหญ่จะนั่งอยู่ซุ้ม รอน้องๆมาแนะนำตัว แล้วพวกเราก็พูดคุยสั่งสอนให้ข้อคิดกับน้องๆไปมากกว่า อันนี้พวกปีสองปีสามบอกว่า พวกพี่ๆแก่แล้วทำอะไรออกแรงมากๆเดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไปเปล่าๆ หยาบคายจริงๆ

หลังจากกิจกรรมซุ้มผ่านพ้นไป พวกเพื่อนๆก็นั่งกินเหล้ากันต่อ ส่วนผมก็นั่งเล่นกีต้าร์ให้เพื่อนๆร้องเพลงกันไป นั่งกินสักพักน้ำแข็งหมด มองหาน้องๆจะใช้ให้ไปตักน้ำแข็งก็ไม่เจอ ก็นะดันไปนั่งกันไกลชาวบ้านชาวช่องเค้าในฐานะที่สติดีที่สุดในขณะนั้นเพราะเอาแต่เล่นกีต้าร์ มือเลยไม่ว่างยกแก้ว ผมเลยรับอาสาไปตักน้ำแข็งเอง ในขณะที่เดินไปที่ศาลาส่วนกลางนั้น ผมก็เจอโบว์ซึ่งกำลังเดินอยู่คนเดียว

"อ้าว โบว์ ทำไมมาเดินคนเดียวล่ะ" ผมทัก

"เรากลับมาเอาของที่ห้องน่ะกอล์ฟ แล้วกอล์ฟล่ะจะไปไหนเหรอ" โบว์ถามผมกลับบ้าง

"น้ำแข็งหมดน่ะ จะไปเอาน้ำแข็งที่ส่วนกลางน่ะ" ผมบอก

"อืมนี่โบว์ เราอยากจะคุยอะไรด้วยหน่อยนะ ได้มั้ย" ด้วยฤทธิ์เหล้าอีกแล้ว ผมเลยมีความกล้าขึ้นมา

"ได้สิกอล์ฟ มีอะไรเหรอ" โบว์ยิ้ม

"โบว์ โบว์คิดยังไงกับเรา" ผมรวบรวมความกล้าทั้งหมด ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม วันนี้ผมจะพูดกับเธอตรงๆ

เธอเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดกับผม

"ทำไมถึงถามเราแบบนี้ล่ะ" เธอถามผม ท่าทางเธอแปลกไป

"ก็ยังไงล่ะ เอ่อ.. ก็นะ อืม" ผมอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะพูดยังไงดี

"คือเราอยากรู้น่ะ" ไม่มีอะไรจะดีกว่าพูดไปตรงๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมอะไรแล้ว

เธอเงียบไปอีก ผมก็เงียบ ไม่พูดอะไร คือจะซักผู้หญิง หรือเซ้าซี้ หรือเร่งให้พูด นี่ผมทำไม่ได้ซะด้วย

แล้วเธอก็พูดขึ้นมา

"ก็รู้สึกดีๆ ด้วยนะ" แล้วเธอก็เงียบไปสักพัก

"แล้วกอล์ฟล่ะ คิดยังไงกับเรา" เธอถาม คราวนี้เป็นผมที่เงียบ

จะตอบยังไงดี ผมคิด พูดไปตรงๆจะดีมั้ย จะแรงไปหรือเปล่า ฯลฯ

แต่สุดท้ายพบก็พูดกับเธอ

"โบว์ก็น่ารักดี.." ผมเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าเธอ

"แต่...." ตอนนี้หน้าเธอเริ่มเปลี่ยน รอยยิ้มบนใบหน้าเธอหายไป

"เราไม่ได้คิดอะไรกับโบว์นะ คือเราคิดแค่เพื่อนเฉยๆ" นี่เป็นประโยคที่ผมไม่อยากจะพูดเลย ผมไม่ชอบทำร้ายจิตใจใครโดยเฉพาะกับผู้หญิง แต่ผมต้องพูดออกไป เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ดีกว่าการเธอต้องมาคิดไปเองฝ่ายเดียว สุดท้ายความจริงก็คือสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด

"เหรอ.." โบว์พูด คำพูดนั่นแผ่วเบามาก จนแทบจะไม่ได้ยิน

"เราขอโทษนะ เรา..." ผมไม่ทันจะพูดจบ โบว์ก็เดินหนีผมไป ส่วนผมก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น...

...

"เฮ้ย ไปเอาน้ำแข็งในส้วมหรือไงวะ แม่งนานชิบหาย" ไอ้โก้ ตะโกนด่าผม เมื่อผมเอากระติกไปวางไว้ที่โต๊ะ

"โทษทีว่ะ พอดีเจอน้อง ก็คุยกับน้องมันนิดหน่อย เราเป็นพี่ น้องมาคุยก็ต้องคุยด้วยจริงมั้ย" ผมโกหกมันไปข้างๆคูๆ

"เออ ช่างเหอะ พอดีเมื่อกี้มีน้องปีสองผ่านมาคนนึง กูเลยใช้ให้ไปเอาน้ำแข็ง ก็มีกินกันตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว" มันบอก

"ตอนนี้ก็มีตั้งสองกระติก ก็ดีจะได้มีกินนานๆ มาๆ นั่งๆ เดี๋ยวชงเหล้าให้" มันชวนผม

"อืมกูพอแล้วว่ะ วันนี้ไม่อยากกินเยอะ เดี๋ยวกูไปเดินเล่นที่ชายหาดดีกว่า" ผมปฏิเสธมัน ท่าทางมันก็งงๆที่ผมปฏิเสธ

"เป็นไรหรือเปล่าวะ เฮ้ยแล้วใครจะเล่นกีต้าร์ให้พวกกูนี่" มันพูด

"มึงก็ตีขวดไปก่อนสิ กูไม่ค่อยมีอารมณ์ว่ะ ไปล่ะ" ผมตัดบท พลางเดินไปที่ชายหาด

ผมเดินชายหาดไปสักพัก แล้วก็หย่อนตัวลงนั่งบนชายหาด ผมชอบนั่งมองทะเลตอนกลางคืน มองดาว ฟังเสียงคลื่น โดยเฉพาะเวลาที่ผมไม่สบายใจอยู่อย่างตอนนี้ ผมชอบอยู่คนเดียว

ผมเฝ้าแต่คิดถึงสิ่งที่เพิ่งทำลงไป คิดถึงสีหน้าของโบว์ตอนที่ผมปฏิเสธเธอ คิดถึงตอนที่เธอเดินหนีผมไป ผมรู้สึกเจ็บปวด เจ็บปวดที่ผมทำให้ผู้หญิงคนนึงต้องเสียใจ เจ็บปวดเพราะเธอไม่ได้ทำอะไรผิด ผมต่างหากที่ผิด ผมต่างหากที่ไม่ดี

ขณะที่ผมนั่งจมอยู่กับความรู้สึกผิดอยู่นั้น เสียงๆนึงก็ปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์

"กอล์ฟ มานั่งทำอะไรอยู่แถวนี้" อุ้มนั่นเอง เธอเดินมาข้างหลังผมตอนไหนก็ไม่รู้

"แล้วอุ้มล่ะ มาเดินคนเดียวแถวนี้ อันตรายออก" ผมเงยหน้าขึ้นคุยกับเธอ

"เรามาหากอล์ฟนั่นแหละ" เธอนั่งลงข้างๆผม

"พอดีเราไปเดินไปถามเพื่อนกอล์ฟมาน่ะ เลยรู้ว่ากอล์ฟออกมาเดินชายหาด เราเลยลองเดินมาหาดู" เธอบอกผม

"แล้วมีอะไรเหรอ เลยมาหาเรา" ผมถามเธอ

"พอดีเราเห็นโบว์ซึมๆนะ เลยมาตามหา เผื่อโบว์ได้คุยกับกอล์ฟอาจจะดีขึ้น" เธอบอก

"ไม่หรอกที่โบว์ซึมน่ะ เป็นเพราะเราต่างหาก" แล้วผมก็เล่าให้เธอฟัง พอผมเล่าจบ เธอก็ไม่พูดอะไร เราต่างคนต่างเงียบ

"อันที่จริงคือว่า..." ท่ามกลางเสียงคลื่นและสายลมผมพูดขึ้นมา ไม่รู้เพราะบรรยากาศมันพาไปหรืออย่างไร ผมจึงอยากจะบอกความในใจกับเธอ

"เรามีคนที่เราชอบอยู่แล้ว" ผมบอกเธอไป ใจผมเริ่มเต้นแรง

.....

"ใครเหรอกอล์ฟ" เธอถามผม แต่สายตาเธอมองไปที่ทะเลข้างหน้า

"คือ....เอ่อ...." ผมเริ่มไม่ถูก ผมกลับกลัวที่จะบอกเธอ ทั้งๆที่อยากบอกใจจะขาด ผมกลัวเธอจะปฏิเสธผมเหมือนที่ผมเพิ่งจะปฏิเสธโบว์ไปหยกๆ ผมกลัวสิ่งที่เพิ่งทำจะตามกลับมาสนองผม กรรมสมัยนี้ยิ่งติดจรวดอยู่ด้วย

"เธอคนนั้น...เป็นคนที่อยู่แสนไกล" ผมเริ่มพูด มันเหมือนกับว่า ผมกำลังพูดกับสายลม และทะเลเบื้องหน้า

"และแตกต่างจากเรามาก จนเราไม่แน่ใจ" ผมพูดต่อ

"เราอยากจะบอกว่า....เรา..."

....

.

.

.

.

"เฮ้ย! มานั่งทำอะไรตรงนี้กันสองคนเนี่ย"

.....

รออ่านตอนจบตอนสี่นะครับ

คุณหลาน

Post by Fein


edit @ 2005/08/30 10:00:21

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กะลังลุ้นเลยอ่ะคับ
ตัดจบตอนกะลังสนุกเลย
แล้วจะมีต่อเมื่อไรอ่ะคับ
ชอบๆๆๆ รอตอนต่อไปนะคับ

#1 By Life Goes On on 2005-08-29 00:06

ผมกะลังจินตนาการถึงตอนจบอยู่คับ โฮะๆๆๆ

#2 By Jatupol Tongbutr on 2005-08-29 14:05

อ๊ากกก... อยากอ่านต่อจางเลย
รีบแต่งเร้วๆ นะค่ะ

#3 By nickie on 2005-08-29 18:08