อันนี้ ไม่ได้แต่งเองนะคะ แต่ว่าของคุณหลานง่ะ มันฝากมาโพสต์ ก็นะวิจารณ์กันเองนะคะ

.....

......

... วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียน ม.4.....
ผมค่อนข้างตื่นเต้น อาจจะเป็นเพราะม.ปลายโรงเรียนผมเป็นโรงเรียนสหศึกษา ผมเองนั้นเรียนโรงเรียนชายล้วนมาตลอด นี่เป็นครั้งแรกที่จะมีผู้หญิงมานั่งเรียนในห้องด้วย ผมเลยค่อนข้างประหม่าเล็กน้อย ไม่รู้จะทำตัวยังไง เวลาเจอหน้าเพื่อนร่วมชั้นที่เป็นผู้หญิง

เมื่อมาถึงห้องเรียน ผมเลือกที่นั่งแถวที่สองจากข้างหน้า แน่นอน ถึงผมจะเป็นเด็กเรียน แต่ผมก็ไม่ชอบที่จะนั่งแถวหน้าสุดสักเท่าไหร่ ประมาณว่าไม่อยากอยู่ใกล้ครูมากเกินไป มีคนบังหน้าสักคนก็ยังดี

แล้วพอถึงชั่วโมงเรียนชั่วโมงแรก ผมก็พบว่า คนที่นั่งข้างหน้าผม...เป็นผู้หญิง.....

เธอๆ นี่ปากกาเธอหรือเปล่า เด็กผู้หญิงข้างหน้าหันมาถามผม ผมมองหน้าเธอ เธอเป็นเด็กผู้หญิงผิวขาว ตาโต น่ารักเลยทีเดียวแหละ ผมคิด
อืมใช่ ของเราเอง ผมตอบ พลางคิดในใจว่า กูทำปากกาตกอีกแล้วเหรอวะเนี่ย

เราชื่อจอยนะ แล้วเธอล่ะชื่ออะไร เธอแนะนำตัวเอง พร้อมทั้งยื่นปากกามาให้ผม
เอ่อ กอล์ฟน่ะ ผมตอบ ขณะที่ผมรับปากกามาถือไว้แน่น อย่างกลับกลัวว่ามันจะตกไปอีก

อ๋อ นี่เหรอกอล์ฟ ที่คนเค้าพูดถึงกัน ประโยคนี้ของเธอทำให้ผมงง ใครพูดถึงกูวะ แล้วพูดกันว่าไง เรื่องอะไรไม่ดีหรือเปล่า ผมกำลังจะถามเธอ แต่ไม่ทันจะถาม เธอก็พูดออกมาเสียก่อน

ก็ชื่อเธอในรายชื่อนักเรียนชั้น ม.4 ที่แปะที่บอร์ดน่ะ มีคนมาเขียนต่อท้ายว่า คนนี้พี่จองแล้ว
พี่ปอแน่ๆ ผมคิด พี่คนนี้เคยมาจีบผมเป็นน้องชายตอนที่ผมอยู่ ม.3 ซึ่งผมเองก็คิดว่าพี่แกคงมาจีบเล่นๆ ไม่มีอะไร ผมก็เลยไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่คิดว่าพี่แกจะเล่นสกัดดาวรุ่งผมแบบนี้ นี่ป่านนี่ชื่อผมมันไม่ดังกระฉ่อนไปทั่วม.4 แล้วเหรอเนี่ย

ยังไม่ทันที่จะคุยอะไรต่อ ครูประจำชั้นก็เดินเข้ามาพอดี

อืม ครูมาแล้วล่ะ ไว้คุยกันทีหลังนะกอล์ฟ เธอพูดพร้อมกับเดินไปนั่งที่โต๊ะของเธอ
...น่าแปลก ชั่วโมงแรกวันนี้ ผมตั้งใจเรียนอย่างน่าประหลาด...

.......................

จอยเป็นเพื่อนผู้หญิงคนแรกของผมในชีวิตนักเรียนมัธยมปลาย เธอมาจากโรงเรียนหญิงล้วนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัด ตัวผมเองจริงๆแล้วก็ไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิงมากนัก อาจจะเป็นเพราะกับผู้หญิง ผมไม่ค่อยคุยและพูดน้อย (จริงๆ คือไม่รู้จะคุยอะไร) ก็นะ เด็กผู้ชายมันจะมีอะไรมากไปกว่า ฟุตบอล บาส และดนตรีร็อค ซึ่งไอ้ครั้นจะคุยเรื่องพวกนี้กับผู้หญิงก็คงไม่รู้เรื่อง ด้วยเหตุนี้หลายคนเลยมองว่าผมหยิ่ง (จริงๆ ขี้อายต่างหาก)
แต่กับจอย เธอทำให้ผมรู้สึกว่า ผมควรจะหันความสนใจไปหาเรื่องอื่นบ้าง เพื่อที่จะได้มาคุยกับเธอ....ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทำไม

ผมกับจอยเริ่มสนิทกันมากขึ้นอาจจะเพราะเรานั่งอยู่ใกล้กัน เวลาผมลืมอะไร ผมก็มักจะขอยืมจากจอย หรือเวลาเธอไม่เข้าใจอะไร เธอก็จะหันมาถามผม เวลาทำงานกลุ่มผมก็มักจะทำร่วมกับเธอ เธอเป็นคนร่าเริง คุยเก่ง เพื่อนเยอะ เวลาทำรายงานผมมักจะเป็นผู้ชายคนเดียวในกลุ่มเสมอ แต่นั่นก็ทำให้ผมรู้จักและมีเพื่อนผู้หญิงเยอะขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนๆ ของจอยที่โรงเรียนเก่านั่นเอง

ผมเริ่มรู้สึกดีกับจอยมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนผมรู้ตัวดีว่าผมชอบเธอเข้าแล้ว แต่ด้วยความที่ผมมักจะคิดว่าผู้หญิงเค้าคงไม่คิดอะไรกับผมหรอก คงคิดแค่เป็นเพื่อนกัน ทำให้ผมเริ่มประหม่า แล้วไม่ค่อยกล้าคุยกับจอย เพราะกลัวเธอจะรู้ แล้วจะไม่ชอบผม ซึ่งจอยเองก็คงสังเกตได้ว่าผมเงียบๆ ไป เธอจึงมักจะเริ่มคุยกับผมก่อน แล้วถามผมว่าเป็นอะไร ซึ่งผมก็ตอบว่าไม่เป็นอะไร
จอยยังคงทำกับผมเหมือนเดิม แต่ผมสิ กลับรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไป...

หนึ่งเทอมผ่านไป ด้วยความที่ผมเป็นนักกีฬาบาสของโรงเรียน เป็นนักบอลของห้อง แถมเล่นดนตรีอีกต่างหาก (สมัยนั้นดนตรีอัลเทอร์เนทีฟกำลังดัง เด็กม.ปลาย ส่วนใหญ่ที่เล่นดนตรีได้ก็มักจะตั้งวงดนตรีกันทั้งนั้น รวมทั้งผมด้วย) ด้วยเหตุนี้กิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะการแข่งขันกีฬา หรืองานโรงเรียนต่างๆ มักจะมีผมร่วมด้วยอยู่เสมอ แถมผลการเรียนยังอยู่ในขั้นดี ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผมเริ่มเป็นที่รู้จักของสาวๆ มากขึ้น เริ่มมีขนม จดหมาย มาใส่ไว้ใต้เก๊ะตอนเช้าๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมเนี่ยก็ป๊อบเหมือนกัน แน่นอนอาการหลงตัวเองเริ่มมาเยือน....

อีกอย่างผมมักจะเป็นที่ปรึกษากับเพื่อนๆ เรื่องความรักเสมอ (จริงๆ ไม่ได้เก่งอะไรหรอก) เพราะว่าผมเคยไปให้คำแนะนำเพื่อนคนนึง แล้วมันดันจีบสาวติด มันก็เลยบอกใครๆ ว่า เป็นเพราะผมนี่แหละ ช่วยมัน

วันหนึ่ง ไอ้ป้อง เพื่อนนักบาสของผมก็มาขอคำปรึกษาจากผม

เฮ้ย! กอล์ฟ กูมีเรื่องอยากจะให้มึงช่วยว่ะ ไอ้ป้องพูดกับผมหลังซ้อมบาสตอนเช้าเสร็จ
เออ ได้ๆ มีไรวะ ผมตอบ พลางคิดว่าคงเป็นเรื่องสาวๆ แหง ผมรู้จักมันดี เพราะผมกับมันสนิทกันมาตั้งแต่ชั้นประถม เรียกว่า แค่อ้าปาก ก็รู้แล้วว่าจะพูดอะไร

เออ คนที่ชื่อจอยห้องมึงน่ะ กูเห็นว่ามึงสนิทกับเค้านี่ ใช่มั้ยวะ ไอ้ป้องถาม
เออ ทำไมเหรอ ผมตอบไป พลางเริ่มมีความรู้สึกแปลกๆ
คือ กูชอบเค้าว่ะ มึงช่วยกูหน่อยนะ ประโยคนี้ของมันทำให้ผมอึ้ง

ข้อเสียของผมอย่างหนึ่ง คือรักเพื่อนมาก และมักจะเห็นเรื่องของคนอื่นมาก่อนตัวเองเสมอ ผมไม่สามารถปฏิเสธเพื่อนได้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงตอบออกไปทั้งๆที่ไม่เต็มใจนัก
เออ ไม่มีปัญหา กูจะช่วยมึงเต็มที่

หลังจากวันนั้น ผมก็เริ่มช่วยมันจีบจอย โดยเริ่มจากชวนจอยไปดูผมแข่งบาส ซึ่งจอยไม่เคยปฏิเสธผมอยู่แล้ว เวลาไปก็จะติดรถไอ้ป้องไป ส่วนตอนขากลับ ผมจะกลับเอง โดยให้ไอ้ป้องไปส่งจอยที่บ้าน บางครั้งผมก็จะเอาขนม หรือไม่ก็จดหมายซึ่งมันให้ผมเขียนไปใส่ไว้ใต้เก๊ะจอย

วันหนึ่งจอยเดินมาถามผมตอนเลิกเรียน
กอล์ฟ รู้เรื่องที่มีคนเอาขนมกับจดหมายมาใส่ใต๊ะเก๊ะเรามั้ย จอยถาม
เหรอ ก็ไม่แปลกนี่ คงมีคนมาชอบจอยมั้ง เราเองก็เคยได้เยอะแยะไป ผมตอบ
อืม จดหมายน่ะเขียนได้น่ารักมากเลย รู้มั้ย จอยพูดพลางมองหน้าผมยิ้มๆ
อะนะ เออ แล้วใครเป็นคนเขียนล่ะ รู้หรือเปล่า ผมเริ่มเปลี่ยนเรื่อง
ป้องน่ะ เห็นลงชื่อไว้ จอยตอบ
อืม แล้วจอยคิดยังไงล่ะ ผมถามต่อ
ไม่รู้สิ เราเฉยๆน่ะ คำตอบนี้ทำให้ผมใจชื้นอย่างประหลาด ทั้งๆที่ มันหมายถึงเพื่อนสนิทของผมกำลังจะอกหัก

ตอนที่ผมเขียนจดหมายให้ไอ้ป้องมัน ผมก็หวั่นๆ เหมือนกันว่าจอยจะจำลายมือผมได้ ผมจึงดัดลายมือนิดหน่อย แต่เนื้อความในจดหมายนี่สิ ผมรู้สึกว่าผมเขียนได้ดีอย่างประหลาด อาจจะเป็นเพราะผมไม่ได้เขียนเพราะความจำเป็นเหมือนตอนช่วยคนอื่น แต่เป็นเพราะผมเขียนด้วยความรู้สึกของผมเอง.... ผมจึงรู้สึกดีใจที่จอยชมว่ามันน่ารัก แต่ตอนที่ชมแล้วมองหน้าผมยิ้มๆ นี่สิ เหมือนจอยจะรู้เลยว่าผมเป็นคนเขียน....


....หรือจริงๆ แล้ว ผมกำลังจีบจอยผ่านไอ้ป้อง....

ผมทนความรู้สึกที่เหมือนผมจะทรยศเพื่อนไม่ได้ ผมจึงเริ่มคิดว่า ผมควรจะตัดใจจากจอย แล้ววิธีที่ง่ายที่สุดคือ ผมคงต้องมองหาคนอื่นบ้าง แน่นอน ผมป๊อบแล้วนี่ จะจีบใครสักคนคงไม่ยากหรอก ด้วยความรู้สึกหลงตัวเองงี่เง่าแบบนี้ ทำให้ผมคิดว่าเสียจอยไปก็คงไม่เป็นไร

แล้วผมก็รู้จากเพื่อนผมคนหนึ่งว่า มีคนแอบชอบผมอยู่ เธอชื่อฝน เป็นเชียร์หลีดเดอร์ของโรงเรียน เป็นคนที่ป๊อบในหมู่ผู้ชายพอสมควร ซึ่งผมคิดว่าคนนี้แหละ ที่จะทำให้ผมตัดใจจากจอยได้

....แล้ววันที่ผมคิดว่า เป็นวันที่ผมตัดสินใจผิดพลาดที่สุดครั้งหนึ่งก็มาถึง....
ผมบอกเพื่อนว่า ผมชอบฝน แล้ววันนี้แหละผมจะเข้าไปคุยด้วย แต่ที่ผมไม่รู้คือ วันนั้น ไอ้เพื่อนผมคนนี้มันไปบอกจอยด้วย

....ตอนเย็นหลังเลิกเรียน...
ผมเดินไปที่ห้องเรียนฝน เรายืนคุยกันอยู่พักนึง ก็คุยเล่นยิ้มแย้มไปตามประสา พลันผมเหลือบไปเห็นจอย จอยยืนดูเราสองคนอยู่สักพักหนึ่งก็เดินจากไป ส่วนผมเองตอนนั้น รู้สึกเหมือนกับว่า ได้ทำอะไรร้ายแรงลงไปสักอย่าง...

วันรุ่งขึ้น จอยไม่มาโรงเรียน......

สองสามวันต่อมา ผมก็รู้ว่าตอนนี้จอยคบป้องเป็นแฟนแล้ว.....

ผมเพิ่งรู้ตัวเองวันนั้นว่า ผมรักจอย ผมรักจอยมาก คืนนั้นผมนอนไม่หลับทั้งคืน นั่งเปิดแต่เพลงช้าอกหักซ้ำไปซ้ำมา ผมเพิ่งรู้ตัวตอนนั้นว่า ตัวเองงี่เง่ามาก มัวแต่คิดถึงคนอื่น มัวแต่กลัวว่าเพื่อนจะหาว่าผมไม่รักเพื่อน ผมมารู้จากเพื่อนจอยทีหลังว่า ที่จริงจอยชอบผมมานานแล้ว แล้วคิดว่าผมก็ชอบจอยเหมือนกัน จอยรอว่าเมื่อไหร่ผมจะมาบอก ตอนที่เห็นจดหมาย จอยรู้อยู่แล้วว่าผมเป็นคนเขียน จอยจำลายมือผมได้ แต่จอยเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผมจึงลงชื่อไอ้ป้อง แล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังจะพยายามทำให้จอยชอบป้องอีก
จนกระทั่งวันที่เธอรู้เรื่องผมกับฝน แล้วเห็นผมกับฝนในวันนั้น เธอโทรศัพท์ไปร้องไห้กับเพื่อนเธอ ซึ่งสิ่งที่เพื่อนเธอบอกจอยไปก็คือ ผมคงไม่คิดอะไรกับจอย ดังนั้น รักคนที่เค้ารักเราดีกว่า เธอจึงยอมคบกับป้อง

ส่วนตัวผมเองหลังจากนั้น ผมก็คบกับฝน เพียงเพื่อที่จะได้รู้ว่า มันไม่ทำให้ผมลืมจอยได้เลย แถมผมยังเสียจอยไปอีกต่างหาก เพราะเธอไม่คุยกับผมอีกเลย

วันปิดภาคเรียน ผมขึ้นไปเล่นเพลง เธอคือความฝัน บนเวที ทุกคนคิดว่า ผมเล่นเพลงนี้ให้ฝน แต่จะมีใครรู้มั้ยว่า ที่จริงแล้ว ผมเล่นให้จอยต่างหาก

...มีเพียงเราสองรักกันอยู่ ข้างเคียงกันเสมอ
ในใจลืมเผลอ ละเมอตื่น ฝันยังคอยหลอกหลอน
หายใจมีแต่เธอ....แม้เธอไม่มีอยู่.....


............
โดยคุณหลานของข้อย

PS. 70% true story, 30% novel ja

Fein

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดนตรีมันไม่เล่นให้น่ะ คล้ายว่าจะจบแล้ว แต่บอกว่าเป็นถาคแรก แสดงว่ายังมีต่ออีกสิ

#1 By Jatupol Tongbutr on 2005-06-28 22:28

อ่าลองใหม่นะคะ รู้สึกว่าจะเล่นแล้ว

#2 By Fein on 2005-06-28 22:29

ก็เป็นธรรมดา ในชีวิตนึง ความรักมันเกิดขึ้นได้หลายครั้งนี่คะ

#3 By Fein on 2005-06-28 22:35

very impressive. This remind me of how old I am.

#4 By Sue (141.79.224.182) on 2005-06-28 22:47

อย่าลืมน้า P'Fein มาลงรูปที่ P' ปายเที่ยวด้วยน้าค่า ^O^
แล้วนู๋จารอดู ^ ^

#5 By nickie on 2005-06-29 09:17